Velociraptor Park - Big Hero 6 x Jurassic World fan-fiction
 
 
Pairing : Tadashi/Hiro
 
 
Warning : Yaoi, Incest, Drama, Violence, language, PG-15, AU, Fantasy, original characters, Crossover Jurassic World, แฟนฟิคชั่นนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล เหตุการณ์ หรือ สถานที่จริง ใดๆทั้งสิ้น
 
 
 
 
 
 
 
 
Chapter 1
 
 
 
 
 
 
"ฮิโระ แพ๊คกระเป๋าเรียบร้อยแล้วนะ ไม่ลืมอะไรแล้วใช่ไหม!"
 
"เรียบร้อยแล้วครับ และผมไม่ลืมอะไรหรอกน่า" ฮิโระเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ น้าของเขาก็ยังเป็นห่วงเขาเหมือนเดิม
 
มือขวาหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย อีกมือถือกระเป๋าเดินทางแบบหูหิ้วเอาไว้ ก่อนจะก้าวพาไปที่ประตูร้านซึ่งแท๊กซี่คันหนึ่งจอดรออยู่ด้านนอก
 
"จะส่งของฝากจากคอสตาริก้ามาให้นะครับน้าแคส" เด็กหนุ่มเอ่ย "รอรับได้เลย"
 
"จ้า เดินทางปลอดภัยนะ ฝากทักทายทาดาชิเผื่อน้าด้วยนะ"
 
หญิงสาววัยกลางคนเอ่ยพลางกอดหลานชายของตน ก่อนจะปล่อยให้หลานของตนเดินไปขึ้นแท๊กซี่เพื่อไปยังสนามบินโดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มฝืนๆบนใบหน้าของฮิโระ
 
 
การเดินทางไปสนามบินนั้นกินเวลาสั้นกว่าที่คาด เนื่องจากเวลาที่ฮิโระออกเดินทางนั้นค่อนข้างดึกทำให้ท้องถนนนั้นค่อนข้างโล่ง เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือก หวนคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเดินทางไปที่คอสตาริก้าเพื่อไปยังเกาะ Isla Nublar
 
หุ่นยนต์เลียนแบบการเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์คือสิ่งที่เจ้านายของเขาต้องการ ดังนั้นสิ่งที่ฮิโระต้องทำอันดับแรกคือการหาข้อมูล และแน่นอน ไดโนเสาร์ที่หัวหน้าของเขาจำเพาะเจาะจงว่าต้องการนั้นไม่ใช่ไดโนเสาร์ทั่วไป แต่เป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์เวโลซิแรปเตอร์ และหลังจากการทำเรื่องกับทางบริษัทมาสรานิ ฮิโระจึงได้เดินทางไปยังเกาะ Isla Nublar เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์ชนิดนี้
 
ถ้าถามว่าเอาจริงๆฮิโระอยากไปที่เกาะแห่งนี้ไหม ไม่เลย ไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบอากาศร้อนหรือไดโนเสาร์ แต่เป็นบุคคลที่ทำงานอยู่ที่นั่นต่างหาก
 
ทาดาชิ ฮามาดะ หนึ่งในผู้ฝึกสอนแรปเตอร์ที่ได้รับความไว้วางใจจากแรปเตอร์จนตอนนี้ถือว่าเป็นวิศวะกรผู้ผันตัวมาเป็นครูฝึกสัตว์ที่โด่งดังคนหนึ่งก็ว่าได้ และก็เป็นที่พูดถึงในบริษัทที่ฮิโระทำงานอยู่พอสมควร หรือเอาจริงๆก็คือ หัวหน้าเขาอยากจะดึงตัวทาดาชิมาทำงานด้วยเสียด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เพราะมาสรานิบอกชัดเจนว่าจะไม่ยอมยกอีกฝ่ายให้จนกว่าจะหาครูฝึกแรปเตอร์มาแทนได้ และในเมื่อยังหาไม่ได้ ทาดาชิก็จะยังอยู่ที่ Isla Nublar ต่อไป
 
แน่นอนว่าใครๆต่างก็ภูมิใจในตัวทาดาชิและชื่นชมในความสามารถที่หลากหลายของอีกฝ่าย แต่กลับฮิโระนั้นมันเป็นคนละเรื่องไปเลย
 
"ไม่ได้อยากเจอเลยสักนิด"
 
ฮิโระพึมพำ นึกถึงการพูดคุยโทรศัพท์แสนสงบนิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นสัปดาห์ที่แล้วได้ ทาดาชิโทรมาและฮิโระก็รับสาย อีกฝ่ายถามตะกุกตะกักว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งฮิโระตอบไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาสบายดี อีกหนึ่งสัปดาห์จะเดินทางไปที่ Isla Nublar จากนั้นก็กดวางสายและไม่ยอมรับสายอีกฝ่ายอีกเลย
 
เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกและหลับตา จริงๆเขาคิดถึงทาดาชิ คิดถึงมาก แต่ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งเจ็บมากเช่นกัน
 
 
เมื่อสามปีที่แล้ว ฮิโระรู้ตัวว่าเขารักทาดาชิมาก มากกว่าพี่ชาย ต้องการอีกฝ่ายมากกว่านั้น ทั้งการสัมผัส การมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน
 
และแน่นอน ฮิโระรู้ว่ามันผิด
 
ดังนั้นเขาจึงพยายามตีตนออกห่างอีกฝ่ายเงียบๆและทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนหยุดคิดถึงทาดาชิในทางเสียๆหายๆ แน่นอนว่าเพราะความอ่อนประสบการณ์ ฮิโระจึงหันไปพึ่งแอลกอฮอลล์ ส่งผลให้เขาติดการเที่ยวเตร่ในยามวิกาลกับเพื่อนไปยังสถานที่อโคจรต่างๆ ยิ่งวันไหนที่คิดเรื่องของทาดาชิมาก ฮิโระก็พยายามจะออกไปหาแอลกอฮอลล์ในสีสันยามราตรีเท่านั้น
 
เขาต้องการหยุดคิดถึงทาดาชิ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ถึงกับพยายามหาแฟนเลยบางครั้งเพื่อให้ลืมทาดาชิได้ แต่ก็คบกันไม่เคยรอดนานกว่าสองเดือนทุกคน เพราะฮิโระรู้ดีว่าเขาไม่ได้ต้องการคนเหล่านั้น เขาแค่อยากจะลืมทาดาชิ แม้ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำได้ก็ตาม
 
ฮิโระพยายามตีตนออกห่างทาดาชิในทุกวิถีทาง แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเจอทาดาชิอยู่ดี ทั้งที่อีกฝ่ายเข้ามาเล่นกับเขาบ้าง เข้ามาชวนเขาคุย และที่สำคัญที่สุดคือมาลากเขาออกจากผับเพื่อพากลับบ้านก่อนที่ฮิโระจะหลับคาร้าน แน่นอนว่าฮิโระ ตามประสาเด็กดื้อด้าน ย่อมสร้างปัญหาให้ทาดาชิปวดหัวอยู่เสมอ
 
แต่อย่างไรก็ตาม ทาดาชิก็สามารถพาเขากลับบ้านได้โดยสวัสดิภาพทุกครั้ง
 
พวกเขายังคงคุยกันอยู่บ้าง แต่ก็น้อยลงเรื่อยๆ ฮิโระกับทาดาชิสัญญากันไว้มากมาย ตั้งแต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะรู้ตัวว่ารักทาดาชิ ว่าพวกเขาจะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้โลกนี้ด้วยกัน นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคน คำสัญญาที่ฮิโระพยายามลืมไปบางครั้ง เพราะแม้ความคิดเรื่องการประดิษฐ์สิ่งของจะบันเทิงเข้าได้เสมอ แต่ถ้าคิดถึงคำสัญญา เขาก็จะคิดถึงทาดาชิเป็นอันดับต่อมา ก่อนจะตามด้วยจินตนาการส่วนตัวที่เขาคงอายจนกระโดดตึกถ้าทาดาชิอ่านความคิดเขาได้
 
ใช่ ถ้าทาดาชิอ่านความคิดเขาได้ ฮิโระคงไปกระโดดตึกแน่ๆ มันเป็นความจินตนาการของเขาเองที่น่าอายเหลือจะกล่าว ทั้งจินตนาการทาดาชิในกางเกงยีนส์และไม่มีอย่างอื่นอีก ทาดาชิตอนตื่นนอน ทาดาชิตอนกอดเขาแล้วกดเขาลงกับเตียง...
 
เด็กหนุ่มดึงตัวเองออกจากภวังค์ก่อนที่จะถลำลึกไปกว่านั้นแล้วถอนหายใจเฮือก เขาควรจะหยุดคิดถึงทาดาชิได้แล้วให้ตายเถอะ!
 
 
แต่สุดท้ายฮิโระก็หยุดคิดถึงทาดาชิไม่ได้อยู่ดี เขาเลยพยายามพาตัวเองไปคิดถึงเรื่องอื่นของอีกฝ่ายแทน เรื่องก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่ารักทาดาชิเกินพี่น้อง
 
สี่ปีที่แล้วเกิดไฟไหม้ที่ซานฟรานเทค ทาดาชิที่พยายามฝ่ากองเพลิงเข้าไปถูกนักผจญเพลิงช่วยออกมาในสภาพหมดสติบาดแผลเต็มตัว เป็นโชคดีแล้วที่อีกฝ่ายรอดตายมาได้
 
จากนั้นฮิโระก็รวมพลกับเพื่อนๆของทาดาชิออกล่าตัวคนผิดจนสุดท้ายก็รู้ว่าคนที่เป็นต้นเหตุคือศาสตราจารย์คัลลาแกน และหลังจากเรื่องราวของการไล่ตามจับวายร้ายจบลง ทาดาชิก็ฟื้นขึ้นมาพอดี และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฮิโระยิ้มได้อย่างเต็มที่ในรอบเดือน
 
แน่นอนว่าทาดาชิรู้เรื่องที่น้องชายของตนแอบออกไปเป็นฮีโร่จนได้ ทาดาชิสั่งห้ามและฮิโระก็ยอมเชื่อฟัง เขาแขวนหมวกและชุดของตนก่อนจะมุ่งเป้าไปที่การเรียน
 
ทาดาชิกลับมาเรียนต่อหลังจากพักรักษาตัวหลายเดือน และในวันที่ฮิโระรู้ตัวว่าเขารักอีกฝ่ายเกินกว่าพี่น้องคือวันที่ประกาศรางวัลนักเรียนดีเด่นและคนที่ได้รับคือฮิโระ วันนั้นหลังรับรางวัลทาดาชิดึงเขาไปกอดและจูบหน้าผากเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจและมีความสุขว่าภูมิใจในตัวเขาแค่ไหน แต่ ณ ตอนนั้นสิ่งที่ฮิโระสนใจรู้สึกคือเขาอยากให้ทาดาชิจูบเขาที่ริมฝีปากมากกว่า
 
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งตอนที่พวกเขากอดคอกันหรือแค่นั่งคุยงาน ฮิโระมักจะมีความรู้สึกว่าอยากใกล้ชิดกับทาดาชิมากกว่าที่เป็นอยู่เสมอ และหลังจากเวลาผ่านไปสองสามเดือน จนเห็นทาดาชิไปเดินกับผู้หญิงที่เหมือนอีกฝ่ายจะอยากคบเป็นแฟนนั่นแหละ ฮิโระถึงรู้สึกถึงคำว่า 'หึง' เป็นครั้งแรก ก่อนจะรู้สาเหตุในภายหลังว่าเป็นเพราะเขารักทาดาชิเกินกว่าพี่น้อง
 
แน่นอนว่าหลังจากนั้นฮิโระก็เริ่มเที่ยวเตร่อย่างที่ว่า ส่งผลให้พวกเขาทะเลาะกันหลายครั้งหลายคราจนชินชา
 
ฮิโระเห็นความผิดหวังในดวงตาของทาดาชิทุกครั้งที่พวกเขาทะเลาะกันเรื่องการไปเที่ยวกลางคือนของฮิโระ แน่นอนฮิโระรู้ว่าทาดาชิเป็นห่วงเขา แต่เขาก็ยังเจ็บ เพราะรู้ว่าความเป็นห่วงนั้นไม่สามารถเป็นไปได้มากกว่าคำว่าพี่น้อง
 
นานวันเข้าความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยิ่งย่ำแย่ แต่เมื่อฮิโระเหลือเวลาอีกแค่ปีเดียวก่อนที่ทาดาชิจะจบจากซานฟรานเทค เด็กหนุ่มก็รู้สึกผิด และพึ่งสำนึกตัวว่าการที่เขาเอาปัญหาหัวใจของตัวเองเป็นสาเหตุที่จะทำตัวเสเพลและทำให้คนที่รักเขาเป็นห่วงนั้นไม่ใช่เรื่องดี และแม้ทาดาชิจะรักเขาแค่น้องชาย แต่การทำให้อีกฝ่ายเป็นห่วงก็เป็นเรื่องที่ฮิโระโกรธตนเองเช่นกัน
 
ตามนิสัยแล้ว ฮิโระเองก้เป็นคนที่ถือทิฐิพอสมควร และไอ้การขอโทษตรงๆนี่ก็ดูจะกระดากปากและแปลกเหลือเกิน ฮิโระจึงตัดสินใจขอโทษทาดาชิด้วยวิธีอื่นแทน
 
เด็กหนุ่มแอบไปเตรียมปาร์ตี้วันจบและวันเกิดให้ทาดาชิ รวมทั้งยังแอบไปชักชวนบริษัทที่สนใจเพื่อพาให้ทาดาชิไปสัมภาษณ์งานด้วย ไหนจะโปรเจ็คอีกมากมากที่เขาวางแผนจะพาทาดาชิไปร่วมทำด้วย(ฮิโระรู้ว่าต่อให้ทาดาชิโกรธแค่ไหน แต่ถ้าเป็นเรื่องการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆล่ะก็ ทาดาชิไม่พลาดอยู่แล้ว)
 
แต่แล้วทุกอย่างก็พัง ทาดาชิตัดสินใจโดยไม่บอกใครว่าเขาจะไปทำงานให้บริษัท Masrani ที่เกาะ Isla Nublar ประเทศคอสตาริก้า ออกเดินทางทันทีหลังรับปริญญาเสร็จเรียบร้อย
 
ฮิโระรู้เรื่องก่อนที่ทาดาชิจะออกเดินทางหนึ่งสัปดาห์ และรู้เพราะเขาเห็นทาดาชิเริ่มจัดของ
 
เด็กหนุ่มถามถึงสาเหตุการจัดกระเป๋า แล้วพวกเขาก็ทะเลาะกัน ด้วยอารมณ์โกรธ ผิดหวัง และโศกเศร้าที่ทาดาชิจะจากไปทำงานในสถานที่ห่างไกล ฮิโระระเบิดความอึดอัดของตนที่ต้องเก็บความรู้สึกออกมาในรูปของถ้อยคำรุนแรง ที่จบลงด้วยการมาห้ามทัพของน้าแคสและฮิโระถูกไล่ลงไปสงบสติอารมณ์ด้านล่าง
 
ฮิโระรู้สึกผิดหวังในตัวเอง จนตอนนี้ก็ยังผิดหวังอยู่ แต่จะให้โทษใครได้ เขาทำตัวเขาเองล้วนๆ ก่อนหน้านี้ก็เป็นเขาเองที่ทิ้งทาดาชิเวลาจะไปไหนเพียงเพื่อพยายามบังคับให้ตนเองไม่รู้สึก 'รัก' ทาดาชิ
 
แต่แน่นอน ทุกอย่างพังไม่มีชิ้นดี และฮิโระก็ไม่ได้พูดอะไรกับทาดาชิจนถึงตอนที่อีกฝ่ายขึ้นเครื่องไป Isla Nublar เพราะเขาไม่รู้จะพูดอะไรทั้งนั้น พูดอะไรไปก็แก้ไขอดีตไม่ได้
 
 
"บ้าจริง" ฮิโระพึมพำลอดไรฟันเมื่อในที่สุดก็สามารถดึงตนเองออกมาจากความทรงจำได้ จากนั้นเขาก็หยิบหูฟังขึ้นมาสวม แล้วปล่อยให้เพลงร๊อคพาเขาไปไกลๆจาความทรงจำในอดีต
 
แท๊กซี่พาฮิโระไปถึงสนามบินในเวลาไม่นานหลังจากนั้น ฮิโระหยิบของของเขา แล้วก็เดินเข้าไปด้านในหลังจ่ายเงินค่าแท๊กซี่เรียบร้อย
 
สนามบินที่ซานฟรานโซเกียวนั้นยังคงมีผู้คนเดินกันขวักไขว่เพราะมีเที่ยวบินรอบดึกอยู่เสมอ ฮิโระพาตนเองไปโหลดกระเป๋าขึ้นใต้ท้องเครื่อง ก่อนจะเดินทางไปเช็กอินเข้าอาคารผู้โดยสารด้านใน ในหัวคิดเรื่องโปรเจคที่เขาต้องทำไปตลอดทาง
 
ไม่รู้เพราะยังโศกเศร้าหรือเพราะรู้สึกว่าต้องการทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง หรือเพราะต้องการประชดคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับทาดาชิว่าพวกเขาจะสร้างนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของมนุษย์ด้วยกัน แต่ไม่ว่าจะเพราะสาเหตุใด หลังเรียนจบเมื่อมีบริษัทผลิตอาวุธขนาดใหญ่มาขอซื้อตัวเขาไปทำงาน ฮิโระตอบตกลงทันที
 
และตอนนี้บริษัทนี้ก็ต้องการสร้างหุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้านแรปเตอร์เพื่อใช้งานในสนามรบ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ฮิโระต้องไปยัง Isla Nublar เพื่อศึกษาไดโนเสาร์พันธุ์เวโลซิแรปเตอร์
 
 
 
 
การเดินทางไป Isla Nublar นั้นดีกว่าฮิโระคิดนิดหน่อยตรงที่ทางบริษัท Masrani ส่งเฮลิคอปเตอร์มารับเขาแทนที่จะให้เขานั่งเรือไปเอง ฮิโระเลยไม่ต้องไปเบียดกับคนบนท่าเรือ และเขาก็ไปถึงเกาะโดยสวัสดิภาพในเวลาไม่นานนัก
 
มีชายหนึ่งหญิงหนึ่งรอต้อนรับเขาอยู่ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ สตรีผมแดงแต่งกายเรียบร้อยแต่ดูก็รู้ว่าเป็นหัวหน้า กับชายอีกคนหนึ่งที่หุ่นเริ่มลงพุง ดูแล้วน่าจะเป็นหัวหน้าผู้รักษาความปลอดภัยที่สวนแห่งนี้
 
หลังจากการแนะนำตัวทำให้ฮิโระทราบว่าสตรีผมแดงคนนี้คือ แคลร์ แมรี่ เดียริ่ง ผู้ดูแลของสวน ส่วนชายที่มารอรับเขาคือ วิค ฮอร์สกิ้น หัวหน้าหน่วยความปลอดภัยของสวนแห่งนี้
 
พวกเขาพูดคุยกันเล็กน้อยหลังการแนะนำตัว ก่อนที่แคลร์จะพาเขาไปที่รีสอร์ตเพื่อให้เขาได้เอาของไปเก็บและเปลี่ยนเสื้อผ้าถ้าต้องการ ส่วนฮอร์สกิ้นนั้นไปเตรียมรถที่ใช้เดินทาง
 
หลังจากเอาของเข้าเก็บและเปลี่ยนเสื้อผ้าเล็กน้อย ฮิโระก็พร้อมเดินทางไปยังกรงเวโลซิแรปเตอร์
 
 
แคลร์อธิบายให้เขาฟังว่าเดิมทางสวนมีแรปเตอร์อยู่สี่ตัว เป็นตัวเมียทั้งหมด จึงอยากลองสร้างแรปเตอร์อีกฝูงซึ่งเป็นตัวผู้ทั้งหมดมาเพื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ในฝูงว่าเป็นอย่างไร และในอนาคตพวกเขาอาจจะสร้างแรปเตอร์อีกหนึ่งฝูงที่มีทั้งสองเพศในกลุ่มเดียวกันดู โดยแรปเตอร์ฝูงที่สองถูกทำให้เป็นหมันตั้งแต่เกิดจะได้ไม่มีปัญหากรณีเลวร้ายสุดที่แรปเตอร์หลุดออกไป แล้วไปเจอแรปเตอร์ตัวเมียจากอีกกรง
 
กรงที่ฮิโระจะเดินทางไปดูเป็นกรงแรกนั้นคือกรงที่สอง แรปเตอร์ตัวผู้ในกรงนี้มีอยู่สี่ตัว ยังเป็นวัยรุ่นอยู่และกำลังจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ฝึกสอนก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพี่ชายของเขาเอง ทาดาชิ ฮามาดะ
 
จริงๆฮิโระหวังจะไปดูกรงของแรปเตอร์ตัวเมียมากกว่า จะได้ไม่ต้องเจอทาดาชิ แต่ในเมื่อแคลร์บอกว่ากรงของแรปเตอร์ตัวเมียยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดชมวันนี้ ฮิโระเลยต้องยอมตกลง
 
 
พวกเขาเดินทางไปถึงกรงแรปเตอร์ในเวลาไม่นานนัก มีคนรอต้อนรับเขาอยู่แล้วที่หน้ากรง เป็นบุคคลที่ทำให้ฮิโระเบิกตากว้างเพราะไม่คิดว่าจะได้พบอีกฝ่ายที่นี่
 
"โกโก!"
 
ฮิโระเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส เขาได้ยินมาเหมือนกันว่าโกโกย้ายจากบริษัทเก่าไปทำงานให้บริษัท Masrani แต่ไม่คิดว่าจะได้เจอเธอที่นี่
 
"อ้าว ฮิโระ ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบอาวุธคนนั้นคือเธอเองเหรอเนี่ย" โกโกทักทายพร้อมรอยยิ้มก่อนจะวิ่งมากอดเขา "โห โตขึ้นเยอะเลยแฮะ สูงกว่าฉันเป็นคืบเลย"
 
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก" ฮิโระหัวเราะ สีหน้าผ่อนคลายลง "แล้ว...นี่เวลาพักเหรอ? คนหายไปไหนหมด? ไม่มีคนเฝ้ากรงเลยเหรอ?"
 
"เปล่า กำลังจะเริ่มฝึกต่างหาก พี่นายกำลังบรีฟคนก่อนการฝึกน่ะ" โกโกเอ่ย รอยยิ้มอยู่บนใบหน้าก่อนจะก้มลงมองดูนาฬิกาข้อมือ "มาเถอะ การฝึกจะเริ่มแล้ว พี่ชายนายน่ะตรงเวลาเสมอ คุณเดียร์ริ่ง คุณฮอร์สกิ้น จะมาด้วยกันไหมคะ?"
 
"ไม่ล่ะ" แคลร์ส่ายหน้า รอยยิ้มพอใจที่ฮิโระรู้จักโกโกมาก่อน อีกฝ่ายจะได้มีคนช่วยประสานงานให้และเธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง "ฉันมีประชุมต้องไปเข้าน่ะ ฝากเขากับฮอร์สกิ้นด้วยแล้วกันนะ"
 
"ค่ะ" โกโกพยักหน้ารับก่อนจะหันไปทางฮิโระกับฮอร์สกิ้น "ตามมาเลย" เธอเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินไปที่กรงแรปเตอร์ซึ่งเป็นกรงทึบปิดหมด มีประตูสองชั้นสำหรับเข้าออกและมีบันไดพาขึ้นไปยังระเบียงและทางเดินลอยฟ้าเหนือกรง
 
โกโกขึ้นไปก่อน ตามด้วยฮิโระ และฮอร์สกิ้น ซึ่งจากการแสดงสีหน้าและแววตาชั่ววูบของโกโกตอนเธอลอบมองฮอร์สกิ้นแล้ว ฮิโระรู้ได้เลยว่าหญิงสาวไม่ค่อยชอบฮอร์สกิ้นเท่าไหร่
 
 
พวกเขาเดินไปที่ประตูกรง โกโกเปิดประตูเดินนำเข้าไปก่อน ก่อนจะตามด้วยฮิโระโดยมีฮอร์สกิ้นปิดท้าย พวกเขาปีนบันไดขึ้นไปชั้นบน และฮิโระก็ขึ้นไปถึงชั้นบนพอดีกับที่สตาฟและผู้ดูแลต่างพากันปีนบันไดขึ้นมาจากจุดต่างๆ
 
ฮิโระมองผู้คนเหล่านั้นอย่างไม่ใส่ใจนักเพราะเขามาที่นี่เพื่อดูแรปเตอร์ และตอนนี้ก็ยังไม่ได้เห็นอะไร เดาเอาว่าแรปเตอร์เหล่านั้นคงยังอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้ในกรง
 
สายตาเขากวาดไปเรื่อยๆก่อนจะไปสะดุดที่ชายคนหนึ่งที่พึ่งก้าวขึ้นมายังทางเดินด้านบนกรงในเสื้อสีน้ำเงินซีดและกางเกงขายาวสีเข้ม
 
ทาดาชิ
 
ฮิโระกลืนน้ำลายก่อนจะหันไปทางอื่น แต่จากหางตาก็เห็นว่าทาดาชิเห็นเขาแล้ว
 
และอีกฝ่ายกำลังเดินมาทางนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
TBC.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
--------------------------
--------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มาอัพต่อแล้วค่ะหลังจากห่างกายไปสักพัก ^^ //ไปอัพฟิคอิ้งอยู่ อย่าโกรธกันน๊า
 
ตอนนี้คนที่ไม่ทันรอบไปรษณีย์ก่อนงาน MC3 ของเรื่อง Languor, Passion และ Dream After Dream สามารถไปสั่งไปรษณีย์ได้ที่ลิ้งค์นี้เลยค่า >>>LINK<<< รวมรายละเอียด ค่าส่ง และการสั่งจองไว้หมดแล้ว ^^ 
 
ตอนนี้มีฟิค Jurassic World ภาษาไทยแบบมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง(น่าจะไม่เกิน 4 ตอนจบ)ดองอยู่ในหัวค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะคลอดตอนไหน (ตารางงานรัดตัวมาก OTL'') แต่ถ้าใครอยากอ่านฟิค Jurassic World อื้งวายๆเรทๆแบบจักรวาล Alpha/Beta/Omega สามารถไปอ่านได้ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ >>Link<< พึ่งอัพตอนที่หนึ่งไปได้ไม่นาน เป็นคู่ Owen Grady/Zach Mitchell (คู่กิ่งไม้ชัดๆ...) นะคะ
 
ใครที่ไม่เคยได้ยินฟิคประเภท Alpha/Beta/Omega มาก่อน สามารถ Inbox หรือโพสต์ถามในเพจได้เลยนะคะ >>เพจ<< เพราะฟิคประเภทนี้ค่อนข้างฮอตในเวปแฟนฟิคของต่างประเทศ แต่ในไทยดูไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่
 
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านสนุกกับฟิคนะคะ และขอขอบคุณสำหรับงาน MC3 อีกครั้งนะคะ ^^
 
 
เจอกันเอนทรี่หน้าค่า XD
 

Comment

Comment:

Tweet

งืออออ น่าร๊ากกกกกก

#2 By bam on 2016-01-10 15:47

แงว กะลังอยากให้มีคอรอสโอเว่อร์แบบนี้อยู่เลยค่ะ น่าอ่านต่อ

#1 By bonbonpich (171.96.247.146|171.96.247.146) on 2015-07-11 01:40