Surprise! - Avengers: Age of Ultron FanFiction 3/10

posted on 04 Jun 2015 19:18 by kamaleen in Avengers directory Fiction
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Surprise! - Avengers: Age of Ultron FanFiction
 
 
 
 
Warning: Yaoi, Humor, language, คู่ที่แปะไว้อาจจะมีการสลับบน-ล่างได้, Original Characters, ความไร้แก่นสารมาเต็ม, แฟนฟิคชั่นนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล เหตุการณ์ หรือ สถานที่จริง ใดๆทั้งสิ้น
 
Pairings: Steve/Tony [Maybe], Steve/Bucky [May be], Vision/Ultron[May be], Thor/Loki [mentioned],  Hulk/Natasha [mentioned] etc.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Chapter III
 
 
 
 
 
 
 
 
วิชชั่นก้าวเข้ามาในห้องรับแขกหรูหราของโทนี่ด้วยท่าเดินที่สง่างามและให้ความรู้สึกรัศมีจับอย่างบอกไม่ถูก เอาเป็นว่าดูสง่างามแล้วก็สงบนิ่งจนโรดี้ยังเคยบ่นอิจฉามาดของพี่แกให้ฟัง ส่วนโทนี่ฟังทีไรก็ได้แต่หัวเราะว่าเจ้าเด็กอายุไม่ถึงหนึ่งปีนี่ดูจะสร้างความประทับใจไปทั่ว
 
อาจจะยกเว้นอัลตรอนไว้คนหนึ่งนะน่ะ
 
เพราะทันทีที่วิชั่นก้าวเข้ามา เด็กน้อยที่พึ่งวางจานลงในอ่างน้ำก็ขมวดคิ้วหน้าบึ้งตึง แล้วก้าวยาวๆพาตนเองไปนั่งมองวิวของนครนิวยอร์กที่อีกฟากของห้องทันที
 
"คุณทำอะไรเขาน่ะ?"
 
สตีฟเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวง ส่วนโทนี่อยากจะเอากระทะตบหน้าอีกฝ่ายด้วยโทษฐานซื่อบื้อและขี้ระแวงเกินจำเป็น
 
"ฉันไม่ได้ทำ คนทำโน่น คนโน้นโน่น" เจ้าตัวเอ่ยพลางชี้นิ้วไปทางวิชชั่น "แค่เห็นน้องใหม่ล่าสุดของทีมอัลตรอนก็ก้าวพรวดๆหนีไปเลย นี่พวกนายส่งกระแสจิตทะเลาะกันรึเปล่าหืม?"
 
"เป็นไปไม่ได้"
 
วิชชั่นเอียงคอไปทางหนึ่ง ดวงตาสีฟ้าที่ลักษณะไม่เหมือนดวงตาของมนุษย์ขยับตามการทำงานและกลไกภายใน ส่วนน้ำเสียงที่เขาใช้อธิบายนั้นก็นุ่มนวลน่าฟังชวนเคลิ้มเสียเหลือเกิน
 
"ผมอาจจะสามารถส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอ่อนๆได้ เข้าถึงโปรแกรมและสิ่งของอิเล็คทรอนิกส์ที่ใช้ระบบดิจิตอลขั้นสูงควบคุมได้บางส่วน แต่ทั้งหมดต้องเกิดจากการสัมผัสทางกายภาพ และผมไม่คิดว่าคลื่นแม่เหล็กอ่อนๆที่ผมแผ่ออกมาจะเป็นอันตรายต่อใคร รวมทั้งคลื่นเหล่านั้นไม่สามารถถูกแปลงเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ได้ด้วย"
 
"ดีจริง" โทนี่ผิวปากก่อนจะทำมือเป็นเชิงบอกให้วิชชั่นหยุดอยู่กับที่ ส่วนเขาก้าวยาวๆไปหาเด็กน้อย(?)ที่เดินไปนั่งคุดคู้อยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง
 
 
"จูเนียร์ โอเคนะลูก?"
 
โทนี่เอ่ยพลางทรุดกายลงนั่งข้างอัลตรอนที่นั่งกอดเข่าสายตามองออกไปข้างนอกอย่างเหม่อลอย
 
"จูเนียร์" โทนี่เรียกซ้ำ "หนูเป็นอะไรรึเปล่า? ให้เจ๊ฟรายเดย์สแกนไหม? ปวดท้องหรือปวดหัว? ถ้ารู้สึกว่าท้องจะเสียบอกป๊าได้นะ ป๊าไม่โกรธหรอก รู้อยู่ว่าไม่ได้ทำอาหารมานาน อาจจะเผลอทำพลาดใส่ผงปรอทลงไปในอาหารบ้าง"
 
"ผม...ผมโอเคฮะ" อัลตรอนตอบ หันมามองโทนี่เล็กน้อย ริมฝีปากพยายามจะยกยิ้มแต่ไม่สำเร็จ "แต่ผมไม่ชอบเขา"
 
"เขา?" โทนี่หันไป ในใจตะโกนลั่นว่าเขาเดาถูกต้องตรงเผง อัลตรอนไม่ชอบขี้หน้าวิชชั่น "หมายถึงชายชุดแดงเขียวผ้าคลุมเหลืองแบบไฟจราจรน่ะเหรอลูก?"
 
"ฮะ?" อัลตรอนตอบ แอบหันไปมองวิชชั่นนิดๆแล้วเบ้ปาก "ผมรู้สึกไม่ชอบเขาเลย ไม่รู้ว่าทำไม แค่เห็นก็ไม่อยากอยู่ใกล้แล้ว ผมผิดปกติรึเปล่าฮะ?"
 
"อ่า...ไม่น่าจะผิดปกติหรอกมั้ง" โทนี่ยักไหล่ ส่งรอยยิ้มให้กำลังใจเด็กน้อยที่ตอนนี้ขยับมานั่งชิดติดกับเขา "มันมีคนบางจำพวกแหละที่เราเห็นหน้าแต่แรกแล้วก็เกลียดเลย ช่างมันเถอะจูเนียร์ เรื่องธรรมดาของชีวิต"
 
"ฮะ" จูเนียร์พยักหน้า "แล้ว...เขาจะอยู่ที่นี่อีกนานมั้ยฮะ?"
 
"ไม่รู้แฮะ" โทนี่ยักไหล่ "ปู่ทวดของลูกเป็นคนเชิญเขามา เอางี้มะ? ถ้าหนูไม่อยากเห็นหน้าแดงๆม่วงๆหนูก็ไปอยู่ที่ห้องแล้วก็ช่วยเจ๊ฟรายเดย์เลือกของที่จะเอามาใส่ไป อยากได้หนังสือ กระดานวาดรูป หรืออะไรก็บอกเจ้เขาไปเลยนะ เดี๋ยวป๊าจะไปคุยเองว่าแขกสีไฟจราจรคนนั้นจะอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่"
 
"ได้ฮะป๊า"
 
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะรีบวิ่งตื๋อขึ้นบันไดไปที่ห้องของตนเองทันที ส่วนโทนี่ลุกขึ้นยืนมองตามจนอัลตรอนหายไปจากสายตานั่นแหละ ถึงเดินไปหาวิชชั่นและสตีฟที่สนทนากันอยู่อีกฟากของห้อง
 
 
"เอาล่ะ..." โทนี่เดินก้าวอาดๆไปหาสตีฟและวิชชั่น ยกมือขึ้นจัดปกเสื้อและแขนเสื้อของตนเล็กน้อยพอเป็นพิธีให้ดูจริงจังทั้งๆที่ความจริงเจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยกับเครื่องแต่งกาย เพราะกะเอาไว้ว่าหลังไล่เด็กน้อยและคนอายุเท่าปู่เข้านอน เขาก็จะไปสิงอยู่ที่แลปต่อ "...มีใครอยากบอกอั๊วะมั้ยว่าพวกลื้อรู้อะไรบางอย่างที่อั๊วะไม่รู้ อย่างสาเหตุที่ทำให้หนูน้อยคนเมื่อกี้ไม่อยากอยู่ใกล้วิชชั่นนั่น"
 
"เขาไม่อยากอยู่ใกล้?" วิชชั่นเอียงคอเล็กน้อย "เขาได้บอกรึเปล่าว่าทำไม?"
 
"บอก" โทนี่ผงกหัว ท่าทางที่เหมือนจะจริงจังแม้แววตาจะบอกไปคนละเรื่อง "บอกว่าแค่เห็นหน้าก็ไม่อยากอยู่ใกล้แล้ว คิดว่าไง?"
 
"อาจจะเป็นความฝังใจ" วิชชั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบเนิบนาบและสำเนียงที่ชวนให้สาวๆ(?)ใจสั่น โอเค เขาไม่ได้สนใจจะพูดอย่างนั้นแม้แต่น้อย แต่นี่มันเสียงของเขา เสียงและโทนการพูดที่เขาเปลี่ยนไม่ได้อยู่แล้ว "อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าเขามีความทรงจำบางอย่างหลงเหลืออยู่ในส่วนลึกของสมอง แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ เหมือนคนที่สูญเสียความทรงจำชั่วคราว"
 
"แล้วมีความเป็นไปได้รึเปล่าว่าเขาจะจำได้?"
 
สตีฟถามคนครึ่งหุ่นยนต์ครึ่งเทพหรือครึ่งอะไรสักอย่างที่ยืนข้างๆ วิชชั่นมองเขาด้วยสายตาคิดคำนวนก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
 
"ไม่สามารถบอกได้" วิชชั่นเอ่ย "ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง"
 
"เฮ้ๆ เดี๋ยวนะ" โทนี่เรียกด้วยน้ำเสียงเหมือนตระหนก "ไอ้คำว่า 'ข้า' กับ 'เจ้า' ที่เคยใช้หายไปไหนน่ะ? ไม่พูดเหมือนลิเกตามเทพค้อนแล้วเหรอ?"
 
"โทนี่" สตีฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ก้ำกึ่งระหว่างเหนื่อยใจกับซังกะตาย "พวกเราพยายามให้เขาปรับตัวให้เข้ากับโลกเราอยู่นะ"
 
"อย่าให้ชินเกินไปแล้วกัน" โทนี่ยักไหล่ รอยยิ้มเกรียนอยู่ยนใบหน้า "เขาอาจจะต้องกลับไปครองบัญลังก์ที่แอสการ์ดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตอนยกค้อนขึ้นนี่มีแต่คนอึ้งล่ะบอกเลย"
 
"เฮ้อ..."
 
สตีฟแกล้งทำเป็นถอนหายใจ แต่สุดท้ายมุมปากก็หยักขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนจะขำออกมาอยู่ดี
 
"ผมเข้าใจความกังวลของพวกคุณต่อความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคมต่างๆของผม" วิชชั่นเอ่ยขึ้นมา ถ้าคนทั่วไปก็คงคิดว่าเขากำลังรู้สึกไม่พอใจกับการที่สตาร์คและสตีฟต่างก็หัวเราะ แต่ถ้าหากมองดีๆ จะเห็นว่าในดวงตานั่นก็ฉายแววขำขันเอาไว้ "แต่ผมยืนยันได้ว่าผมไม่มีแผนจะออกจากโลกในเร็วๆนี้"
 
"เยี่ยม" โทนี่ยิ้ม ตบบ่าแอนดอรยย์ผิวแดงเสื้อเขียวผ้าคลุมทอง(หรือโดยรวมสีเหมือนไฟจราจร)เบาๆ "โลกยังต้องการคนสติดีแบบนายอยู่"
 
"รู้ตัวด้วยเหรอ"
 
น้ำเสียงจิกกัดนิดๆของสตีฟดังมา ส่วนโทนี่พอได้ยินแล้วก็แอบสวนไม่ได้
 
"คุณก็เหมือนกัน รู้ตัวด้วยเหรอปู่?"
 
สตีฟสาบานได้ว่าเขาถอนหายใจด้วยน้ำเสียงเ