Surprise! - Avengers: Age of Ultron FanFiction 2/10

posted on 24 May 2015 21:15 by kamaleen in Avengers directory Fiction
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Surprise! - Avengers: Age of Ultron FanFiction
 
 
 
 
Warning: Yaoi, Humor, language, คู่ที่แปะไว้อาจจะมีการสลับบน-ล่างได้, Original Characters, ความไร้แก่นสารมาเต็ม, แฟนฟิคชั่นนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล เหตุการณ์ หรือ สถานที่จริง ใดๆทั้งสิ้น
 
Pairings: Steve/Tony [Maybe], Steve/Bucky [May be], Vision/Ultron[May be], Thor/Loki [mentioned],  Hulk/Natasha [mentioned] etc.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Chapter II
 
 
 
 
 
 
 
 
หากจะให้โทนี่สตาร์คบรรยายชีวิตของตนเองตอนนี้ เขาคงพร้อมจะบอกว่า 'บัดซบ'
 
เพราะอะไรน่ะเหรอ?
 
ง่ายมาก
 
เมื่อวันก่อน วิชชั่นไปเก็บบางอย่างกลับมา บางอย่างที่โทนี่อยากให้อีกฝ่ายปล่อยตายไว้ในที่ที่แอนดรอยด์ผู้อายุไม่ถึงปีแต่มี Mind Gem แปะหน้าผากประกอบกับพลังเหนือมนุษย์ไปเจอ แต่ในเมื่อเก็บกลับมาแล้ว ต่อให้เขาอยากเอาไปทิ้งหรือทำลายทิ้งไปเลยก็ทำไม่ได้ และที่สำคัญคือนิค ฟิวรี่จะต้องตามมาเพ่นกบาลเขาเอาเลือดไปขัดรองเท้าแน่นอนถ้าเขาทำอย่างนั้น
 
 
อัลตรอนที่วิชชั่นพากลับมานั้นไม่ได้สร้างร่างกายจากเหล็กเหมือนอัลตรอนตนแรกที่พวกเขาเจอและเป็นสาเหตุให้บ้านเกิดวานด้ากับเปโตรเละไม่เหลือชิ้นดี จากการแสกนพบว่าร่างกาย 60% ของเขาเป็นเลือดเนื้อเหมือนคน แต่ส่วนกระดูก ผิวหนังบางส่วน และอวัยวะบางส่วนอย่างดวงตานั้นเป็นสารออร์แกนิกปนกับโลหะ
 
อัลตรอนที่พวกเขาพบนั้นไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับการทำลายล้างโลกอยู่เลย วิชชั่นและวานด้ายืนยันหลังจากพวกเขาใช้เวลาสองชั่วโมงสำรวจสมองของอัลตรอนขณะขอให้อีกฝายนึกภาพสิ่งที่จำได้ทั้งหมด ดังนั้นอัลตรอนตนนี้จึงมีร่างกายที่คล้ายกับวิชชั่นแบบที่เขาเคยอยากได้ แต่ไม่มีความทรงจำตอนพยายามจะทำลายล้างโลกอยู่ มีแค่ความรู้ที่ว่าตนเองชื่ออัลตรอน เป็นลูกของโทนี่ สตาร์ค และโทนี่ให้กำเนิดเขามาเพื่อช่วยเหลือผู้คน
 
จากการไปตรวจสอบยังจุดที่วิชชั่นเจออัลตรอนนั้น พวกเขาสามารถสรุปจากอุปกรณ์และร่องรอยได้ว่ามีหุ่นตัวหนึ่งหนีรอดไปได้ หรือหุ่นตัวนั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในสนามรบที่โซโคเวียตั้งแต่ต้น แต่เอาเป็นว่าหุ่นตัวนั้นไปรวบรวมอุปกรณ์จากแลปของดร.โชแล้วก็ข้าวของที่หาได้ ก่อนจะพาตนเองไปหลบซ่อนเพื่อสร้างเปลเพื่อร่างใหม่ ร่างแบบวิชชั่น ร่างที่อยากได้ในตอนแรก อุปกรณ์ไหนที่ขาดหายก็ทึ้งเอาจากหุ่นตนเองใส่ลงไป
 
แต่แน่นอนว่าต่อให้เป็นหุ่นอัจฉริยะ แต่การทดลองสร้างเปลแบบดร.โชครั้งแรกนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในครั้งแรกที่ลอง ผลที่เกิดจึงเป็นอย่างที่เห็น พวกเขาไม่แน่ใจว่าหุ่นตัวนั้นสามารถถ่ายทอดความคิดและจิตสำนึกของตนลงไปในร่างเกิดใหม่ของอัลตรอนได้ครบสมบูรณ์หรือไม่ แต่เอาเป็นว่าตอนนี้อัลตรอนร่างเกิดใหม่นั้นก็ยังไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร
 
แน่นอนว่าโทนี่เสนอให้ชิลด์ทำลายทิ้งทันที เขาเข็ดขยาดกับการต้องมารับผิดชอบอะไรแบบนี้อีกแล้ว วานด้ากับเปโตรก็สนัสนุนโทนี่เช่นกัน เผื่อเอาไว้ก่อน แต่คราวนี้ชิลด์กลับอยากเก็บอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อการศึกษาแทน ซึ่งกลับได้เสียงสนับสนุนจากคนอื่นๆในทีมอเวนเจอร์ค่อนข้างมาก แม้แต่วิชชั่นยังเอ่ยว่าเขาอยากให้เก็บอัลตรอนคนนี้ไว้เพราะ 'เขามีชีวิตและไม่ได้อยากทำลายโลก' และ 'วิชชั่นอยู่ข้างเดียวกับชีวิต'
 
อย่างไรก็ตาม ถึงสถานการณ์ดูจะเป็นใจและอัลตรอนก็ดูไม่ได้มีความอยากทำลายโลก แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่มีโอกาสที่จะจำเรื่องราวในอดีตได้ และเมื่อเขาจำได้ ความวุ่นวายก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งโทนี่พยายามจะยืนยันในเรื่องนี้ความบรรลัยได้ตามมาแน่ แต่นิคกับคนอื่นๆกับเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะศึกษา แต่ก็ติดปัญหาตรงที่อัลตรอนในร่างเด็กนั้นงอแงจะหาโทนี่อย่างเดียว
 
 
ดังนั้นหน้าที่ดูแลเด็กน้อยอัลตรอนจึงตกเป็นของโทนี่ สตาร์ค ในการดูแลสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งหุ่นยนต์ที่ตอนนี้นั่งอยู่บนเคาเตอร์ครัวของเขากับชามผสมแป้งที่ตอนนี้บรรจุซีเรียลกับนมเอาไว้ มือเล็กๆที่มีโลหะหุ้มตามด้านบนของนิ้วมือและหลังมือตามแนวกระดูกจับช้อนก่อนจะจ้วงทานซีเรียลอย่างหิวโหย
 
"ให้ตายเถอะสตาร์ค" สตีฟที่เดินวนไปวนมาในห้องครัวของเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อปนระอาใจ "คุณใช้เงินไปกับเหล้าพวกนี้เท่าไหร่เนี่ย?"
 
"เฮ้! อย่าแตะต้องเหล้าพวกนั้นเชียวนะปู่" โทนี่รีบปัดมือของหัวหน้าทีมอเวนเจอร์ที่กำลังจะเปิดตู้เก็บเหล้าของเขา "ราคาน่ะไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความสำคัญของมันอยู่ที่ความหายากมากกว่า ว่าแต่จะบอกได้ยังว่านายมาทำอะไรที่นี่น่ะหือ? อ้อ...เดี๋ยวๆ ยังไม่ต้องตอบ ฟรายเดย์!"
 
'ค่ะบอส'
 
เสียงผู้ช่วยคนใหม่ที่มาแทนที่จาร์วิส(ซึ่งประสานพลังกับMind Gemและเลือดเนื้อจากเปลของดร.โชกลายเป็นวิชชั่นไปแล้ว)เอ่ย
 
"ขอเพลงบรรเลงสบายๆให้ปู่กับเจ้าหนูฟังหน่อย" สตาร์คเอ่ย "ส่วนแลปนั่นก็ไว้ก่อน รู้สึกจะยังเก็บกวาดซากที่อัลตรอนทำเอาไว้ไม่หมด ยังไม่ต้องเอาของใหม่เข้าไปจนกว่าจะเก็บหมดนะ แล้วก็ตรวจดูด้วยว่าห้องไหนที่ส่งเจ้าหนูบนเคาเตอร์ไปนอนได้โดยไม่มีของที่เป็นอันตรายกับเด็ก"
 
'ค่ะบอส'
 
ระบบปฏิบัติการเอ่ยตอบก่อนจะจัดแจงเปิดเพลงของโมสาร์ทมาขับกล่อมพวกเขาทันที
 
"เยี่ยมมากฟรายเดย์"
 
โทนี่พยักหน้า เท้าสะเอวด้วยท่าทางสุดมั่นที่สตีฟเห็นแล้วแอบอยากกระโดดถีบขาคู่ให้ลูกชายของคนรู้จักลอยละลิ่วหน้าทิ่มลงกระถางไม้ที่อยู่ไม่ห่างออกไปนักเท่าไหร่ แต่ก็หักห้ามใจไว้
 
"โอเค" โทนี่หมุนตัวกลับมาเท้าสะเอวมองกัปตันอเมริกาที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าเขา "ทีนี้บอกมาว่ามาทำอะไร ตามดู? สอดแนม? หรือลืมจ่ายค่าเช่าห้องเลยโดนตะเพิดออกมาจากอพาร์ทเม้น?"
 
"ผมตามมาคุมให้แน่ใจว่าคุณจะไม่เล่นพิเรนท์อะไรอีก" สตีฟเอ่ยเสียงเรียบสนิท "คราวก่อนปล่อยคุณไว้กับของเล่นใหม่แปบเดียวโลกเกือบถล่ม"
 
"โอยยย..จะแทงแผลใจกันทำไมนักหนา แค่นี้ก็เจ็บปวดจะแย่อยู่แล้ว" โทนี่สตาร์คยกมือกำอกเสื้อด้วยท่าทางเจ็บปวดเจียนตายที่ดูแล้วอย่างไรก็น่าหมั่นไส้มากกว่าน่าสงสารล้านเท่า "ให้ตายเถอะ คิดว่าฉันไม่ได้รับบทเรียนแล้วรึไงกัปตัน?"
 
"ไม่"
 
น้ำเสียงเรียบนิ่งตอบกลับมา ทำเอาโทนี่ สตาร์ค มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยเงินหลายล้านถอนหายใจเฮือกแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวม สายตาเหลือบมองเด็กน้อย(?)ที่ยังทานซีเรียลอยู่ก่อนจะผายมือเป็นเชิงบอกให้สตีฟนั่งลงบ้าง
 
"เอาตรงๆนะ" โทนี่เอ่ย "พวกชิลด์นี่จิตใจโหดร้ายเหลือเกิน แทนจะรีบทำลายทิ้งไปซะ ยังกักตัวไว้ตรวจบ้าตรวจบออะไรไม่รู้ตั้งหนึ่งวันเต็มๆ ไม่คิดรึไงว่าเสียงบ่นหิวๆๆมันโคตรน่ารำคาญเลย แล้วสุดท้ายก็ยังโยนภาระมาให้ฉันเลี้ยงอีก ให้ตายเถอะ อยากเอาเจ้าหนูนั่นไปผ่าตรวจดูข้างในเสียเต็มประดาแล้วมาอ้างให้ฉันรับผิดชอบรับมาเลี้ยงแทนจะเลี้ยงไว้เองเนี่ยนะ นิสัยเสียชะมัด"
 
"จะพูดอะไรก็ระวังหน่อย" สตีฟขมวดคิ้ว "ระยะการได้ยินของเขาไกลมาก"
 
"ได้ยินก็ช่างแม่มสิ" โทนี่เหยียดขาพาดบนโต๊ะกาแฟ แค่ท่าทางก็บอกแล้วว่ากำลังโคตรหงุดหงิด "นี่ฉันก็อุตส่าห์ไม่ขอร่วมด้วยกับโครงการอะไรของพวกนายแล้วจะกลับมาทำชุดเกราะเฉยๆสัก 5-6 เดือนแล้วนะ ยังจะผลักตัวอะไรไม่รู้มาให้เลี้ยงอีก อ้างว่าฉันต้องรับผิดชอบแต่จริงๆคือไม่อยากผ่าสำรวจเองให้ขี้เปื้อนมือจนต้องโยนมาให้ฉันรับคำด่าอีกล่ะสิหืมม กะจะทดสอบความอดทนฉันใช่ไหมล่ะห้ะ?"
 
"มันก็ไม่เชิง" สตีฟยักไหล่ ตัดสินใจว่ากับโทนี่ที่กำลังอารมณ์เสียได้ที่เขาก็ขี้เกียจจะบ่ายเบี่ยงหรือคิดคำแก้ตัวให้ชิลด์ เพราะไงๆก็คงฟังไม่ขึ้น "ตอนแรกผมสนับสนุนให้ทำลายเขาทิ้งแบบที่คุณว่านั่นแหละ แต่พอนิคบอกว่าอยากจะแกล้งคุณ ผมเลยเอาด้วย อีกอย่างเด็กนั่นก็ดูจะติดคุณจะตาย"
 
"เออๆ ไม่ต้องย้ำ"
 
โทนี่ สตาร์ค ถอนหายใจเฮือก ก่อนจะนั่งหน้าบูดอยู่อย่างนั้นต่อไป ส่วนสตีฟนั้นหันไปมองรอบๆห้องแก้เบื่อแทน ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นว่าร่างเล็กๆที่ควรจะอยู่บนเคาเตอร์ครัวนั้นหายไปแล้ว ส่วนชามใส่ซีเรียลวางอยู่ที่พื้นข้างเคาเตอร์ที่อัลตรอนเคยนั่งอยู่
 
"สตาร์ค" สตีฟเอ่ย "อัลตรอนหายไปไหน"
 
"หือ?"
 
โทนี่ สตาร์คผุดลุกขึ้นมองไปทางห้องครัว และก็เห็นภาพอย่างที่สตีฟบอก
 
"ฟรายเดย์ น้องหนูตัวน้อยอยู่ไหน"
 
สตาร์คเอ่ยขึ้นทันที เชื่อว่าระบบปฏิบัติการของเขาสามารถจัดการตามหาอัลตรอนตัวจ้อยได้
 
'อยู่ในครัวค่ะบอส แต่ขอแนะนำให้ระวังหน่อยนะคะ เขาถือมีด'
 
"บอกแล้วว่าเขาได้ยินคุณ"
 
สตีฟเอ่ยก่อนจะลุกเดินไปที่ครัว มือหยิบโล่ของตนที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟมาด้วย เผื่อไว้ก่อน
 
"ไม่เอาน่า" สตาร์คบ่นพลางเดินตามอีกฝ่ายไป "อะไรๆก็ตรูตลอด"
 
ทั้งสองเดินอย่างระมัดระวังไปที่ห้องครัว โดยมีฟรายเดย์บอกกำกับไปด้วยว่าอัลตรอนอยู่ส่วนไหนของห้อง และพวกเขาก็เจออีกฝ่ายอย่างง่ายดาย
 
อัลตรอนนั่งคุดคู้อยู่ที่มุมเคาเตอร์ ในมือมีมีดอยู่ และเจ้าตัวกำลังกดมีดนั้นใส่ข้อมือข้างหนึ่งของตนเอง
 
"เฮ้" โทนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสัย "นั่นคิดจะทำอะไร?"
 
อัลตรอนหันขวับมามองพวกเขา ดวงตาเทียมสีแดงวาวระยับราวกับดวงตาของคนที่กำลังจะร้องไห้
 
"ผม..." อัลตรอนเอ่ยเสียงสั่น "...ผมขอโทษที่เป็นตัวประหลาด ทุกคนพูด...ทุกคนในห้องสีขาวนั่นพูด ผมขอโทษที่ทำให้พ่อเสียใจ"
 
"โว้ๆๆ" สตาร์คยกมือขึ้นสองข้างเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายหยุดก่อน ตอนนี้สมองเขาวิ่งไปไกลแล้วและสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ใช่อะไรที่เขาคุ้นเคยหรือรับมือได้ดี สตีฟก็เช่นกัน "เดี๋ยวนะ ฉัน? เสียใจ?"
 
"ฮื่อ"
 
อัลตรอนพยักหน้าหงึกหงัก มือเล็กกำมีดเอาไว้แน่นส่วนอีกมื