Surprise! - Avengers: Age of Ultron FanFiction 1/10

posted on 21 May 2015 12:51 by kamaleen in Avengers directory Fiction
 
 
 
 
 
Surprise! - Avengers: Age of Ultron FanFiction
 
Warning : Yaoi, Humor, language, แฟนฟิคชั่นนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล เหตุการณ์ หรือ สถานที่จริง ใดๆทั้งสิ้น
 
 
 
 
 
 
 
 
Chapter I
 
 
 
 
 
 
"เฮ้! เฮ้! ให้ตายเถอะพวก พรุ่งนี้พวกเรามีทำงานนะ!"
 
"ไม่เอาน่ากัปตัน ผ่อนคลายบ้าง ผ่อนคลายน่ะรู้จักมั้ย?" โทนี่ สตาร์ค เจ้าของเงินหลายพันล้าน กระสุน อาวุธ หุ่นเหล็ก (ที่เกือบถล่มโลกพัง) และเจ้าของชื่อ ไอรอนแมน เอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนตีนจนน่าตบขณะหยิบแก้วเหล้าขึ้นแกว่งไปมา "เราพึ่งช่วยโลกจากกองทัพหุ่นเหล็กขี้น้อยใจ ไม่...จากหุ่นเหล็กขี้น้อยใจ เจ้าหมอนั่นมันก็คนเดียวกันหมด เอ่อนั่นแหละ แล้วตอนนี้ทุกอย่างก็กำลังไปได้สวยแย้มแจ่มแมว ชิลด์ก็สร้างฐานใหม่ หรือเราควรจะเรียกมันว่าฐาน อเวนเจอร์ดี? นั่นแหละ หน้าที่ตั้งชื่อเห่ยๆมันไม่ใช่งานฉันอยู่แล้ว เอาเป็นว่า ตอนนี้เราควรฉลอง นั่นแหละที่ฉันจะพูด"
 
"คราวที่แล้วที่ฉันผ่อนคลายและมาปาร์ตี้ที่บ้านนาย หุ่นเหล็กตัวหนึ่งเดินออกมาทักทายพร้อมกับบอกว่าเขาอยากจะถล่มพวกเราให้เละ" สตีฟ โรเจอร์ หรือ กัปตันอเมริกา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเอือมระอา แต่ก็ยอมนั่งลงและหยิบแก้มเหล้าขึ้นมาจิบ "หวังว่าคราวนี้นายคงไม่ได้แอบไปทดลองอะไรไว้อีกนะ"
 
"อย่ามองฉันในแง่ร้ายงั้นสิคุณปู่ ถ้าสงสัยน่ะเดินลงไปดูที่ห้องด้านล่างได้เลย" โทนี่เอ่ย โบกมือไปมา "หรือบางทีฉันอาจจะทำแล้วนายลงไปดูแต่ก็ตามเทคโนโลยีพวกนั้นไม่ทันก็ได้..."
 
"สตาร์ค" นิค ฟิวรี่ ชายตาเดียวผู้ที่นั่งอยู่ไม่ห่างออกไปนักเอ่ยปราม "งบบัญชีปีแรกนี่เราจะได้ติดตัวแดงหลายล้านแน่ถ้านายทำอะไรแบบนั้นอีก"
 
"พูดอย่างกับว่าฉันไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหายงั้นแหละ" สตาร์คยักไหล่ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งระหว่างนาตาชากับเจ้าหน้าที่ฮิลล์ "ดูถูกกันชะมัดเลยปู่ทวด"
 
 
 
 
หลังจากเปิดที่ทำการใหม่ของชิลด์ที่ปัจจุบันกลายเป็นอเวนเจอรืหรืออะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้พวกเขาก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้น จึงได้มีการฉลองกันเสียหน่อย ซึ่งหลังจากฉลองกันยาวนานถึงเที่ยงคืนก็เหลือเพียงสมาชิกอาวุโส(?)ขององค์กรที่มานั่งล้อมวงกัน ส่วนสมาชิกเด็กๆ(?)นั้นถูกไล่ให้กลับไปนอนเนื่องจากพรุ่งนี้ก็ยังต้องมาทำงานเหมือนเดิมแม้จะพึ่งปาร์ตี้มาเมื่อคืนก็ตาม
 
 
ตอนนี้ในห้องจึงเหลือเพียงนิค ฟิวรี่, มาเรีย ฮิลล์, ดร.โช (ผู้ที่ตอนแรกจะไม่มาแล้ว แต่เพราะธอร์บอกว่าจะ Skype (?)มาหาจากแอสการ์ด เธอเลยมา), นาตาชา โรมานอฟ, สตีฟ โรเจอร์, โทนี่ สตาร์ค (ผู้สนับสนุนเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์อย่างเป็นทางการ), วานด้า, วอร์แมชชีน, ฟอลคอน, และ เปโตร (ผู้ที่ไม่ตายแต่ไม่คิดจะมาเป็นอเวนเจอร์เพราะเขาอยากกลับไปดูแลบ้านเกิดของเขาหรือโซโคเวียมากกว่า)
 
เนื่องจากตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ดึกแล้ว การปาร์ตี้จึงเป็นการนั่งพูดคุยจิบเหล้ามากกว่าเต้นไปเต้นมา ไม่นานนักวงสนทนาก็แยกชัดเจนเป็นสองซีก ซีกหนึ่ง นิค ฟิวรี่, นาตาชา, สตีฟ, ฮิลล์ และ ฟอลคอนกำลังคุยกันเรื่องทิศทางต่อไปขององค์กรของพวกเขา ส่วนอีกด้านนั้น สตาร์ค, เปโตร, วานด้า, วอร์แมชชีน และดร.โชกำลังคุยกันพร้อมกับสไกป์กับธอร์ไปด้วย
 
 
"ให้ตายเถอะ ฮอร์คอายไม่มาแล้วฉันจะท้าใครแข่งดื่มเหล้ากันล่ะเนี่ย" สตาร์คบ่นก่อนจะหยิบขวดเหล้าขึ้นมาแกว่งไปมาก่อนจะหันไปทางจอสไกป์ที่ปรากฏหน้าธอร์อยู่ "ว่าแต่นายเหอะ แอสการ์ดเป็นไงบ้างพ่อค้อนโต? แล้วไอ้พวกสาวๆกับชายกล้ามโตในชุดพรุ้งพริ้งด้านหลังนั่นคืออะไร? พวกนายก็ฉลองเหมือนกันเรอะ"
 
'ใช่เลย พวกข้ากำลังฉลองอยู่เช่นกัน' ธอร์ในจอหัวเราะร่าอย่างมีความสุข ต้องขอบคุณสมองอัจฉริยะของสตาร์คและความดื้อเพ่งอยากใช้สไกป์ของธอร์ที่ทำให้พวกเขาทำให้เวทมนตร์และเทคโนโลยีนั้นทำงานไปด้วยกันได้ 'ฉลองต่อชัยชนะของพวกเรา ต้องขอบอกเลยว่าผู้คนที่นี่ภูมิใจในตัวพวกท่านมากที่จัดการกับ Mind Gem ได้อย่างดี'
 
"คุณก็มีส่วนนะธอร์" ดร.โชเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ติดจะหวานกว่ายามพูดปกติ และก็ไม่ทันสังเกตเห็นวอร์แมชชีนกับเปโตรแกล้งทำท่าสาวน้อยตาหวานอยู่ด้านหลัง "ถ้าคุณไม่ส่งกระแสไฟฟ้าเข้าไป เขาก็คงไม่เกิดขึ้นมาแน่"
 
"อันที่จริงคุณก็มีส่วนนะ มีส่วนเต็มๆเลยต่างหาก ถึงตอนนั้นจะถูกอัลตรอนควบคุมก็เถอะ"
 
สตาร์คเอ่ย ถึงน้ำเสียงจะจิกกัด แต่ทุกคนก็รู้ว่าเจ้าตัวก็แค่หยอกดร.สาวคนสวยไปอย่างนั้นเอง
 
'เอาล่ะๆ เลิกจิกกัดดร.โชเถอะ' ธอร์เอ่ยมาจากในสไกป์ ตามด้วยการจิบเหล้าโดยมีเลดี้ซิฟโผล่มาดูนิดหน่อยว่าธอร์กำลังทำอะไรอยู่ 'ว่าแต่วิชชั่นล่ะ? เขาอยู่ไหน ไม่เห็นอยู่ในงานฉลองเลย'
 
"เห็นบอกว่ารู้สึกถึงอะไรบางอย่างเลยหนีหายไปที่ไหนสักที่เนี่ยแหละ" สตาร์คยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะปรากฏบนใบหน้า "ว่าแต่นายเถอะ ได้ป่าวประกาศให้ผู้คนทราบหรือยังว่าวิชชั่นก็เป็นผู้ที่'คู่ควร' ดีไม่ดีอาจจะคู่ควรกับบัญลังก์แอสการ์ดด้วย"
 
'สตาร์ค...'
 
ธอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเอือมระอา ส่วนคนที่เหลือพากันระเบิดเสียงหัวเรา(แน่นอนว่าสตาร์คหัวเราะดังที่สุด)
 
 
"ทางนั้นดูครึกครื้นดีนะ"
 
นาตาชาเอ่ยพลางผินตามองไปทางอีกด้านที่สตาร์คกำลังล้อเลียนธอร์เรื่องที่วิชชั่นสามารถยกค้อนของธอร์ได้ ฮิลล์มองตามเธอไปนิดหน่อยก่อนจะยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ
 
"ปล่อยให้พวกเขาสนุกสนานไปเถอะ" มาเรียเอ่ย "เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็จะกลับเข้าสู่โหมดจริงจังอีกรอบ"
 
"ก็ดี ให้ปล่อยผีกันบ้าง" ฟิวรี่พยักหน้า "ว่าแต่วิชชั่นไปไหน?"
 
"เห็นเขาบอกว่าสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เลยอยากจะตามไปเช็คดู" สตีฟตอบ "ออกไปตั้งแต่ตอนเย็น คงไม่น่ามีอะไรหรอก"
 
"อืม แต่ฉันก็ยังไม่ค่อยไว้ใจอยู่ดี" มาเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อย่าเข้าใจฉันผิด ฉันหมายถึง เขาพึ่งเกิดมาได้ไม่นาน เขาอาจจะ...จะว่าไงดี ระบบพลังของเขาอาจจะยังไม่เสถียร และเราก็ยังไม่รู้ด้วยว่าพลังของเขามีขอบเขตถึงไหน"
 
"นั่นทำให้เราต้องดึงเขามาร่วมทีม" ฟิวรี่ตอบ "เขาเป็นคนดี และยิ่งได้ใช้งาน เขาจะยิ่งรู้ว่าขีดจำกัดของตนเองอยู่ระดับไหน ว่าแต่กัปตัน เห็นคุณพูดเรื่องตามหาบัคกี้ มีอะไรคืบหน้าไหม?"
 
"ก็คืบหน้าน้อย" สตีฟถอนหายใจ "เขา...ไร้ร่องรอย ผมเริ่มคิดแล้วว่าบางทีคงต้องรอให้เขาพร้อม เขาก็จะกลับมาเอง"
 
"ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะ?" มาเรียถาม น้ำเสียงไม่เชิงประชดประชันแต่เป็นไปในทางเสียดสีเพื่อความสนุกและเฮฮาแบบฉันท์เพื่อนมากกว่า "ถ้าฉันจำประวัติไม่ผิด เขาถูกล้างสมองแถมการเจอกันทุกครั้งของพวกคุณก็เกิดขึ้นที่เขาอยากจะฆ่าคุณ"
 
"แต่เขาไม่ได้ฆ่าผม" สตีฟยิ้มด้วยรอยยิ้มใจดีชนิดพ่อพระยังอาย "สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ฆ่าผม"
 
"โอ้ว..."
 
นาตาชากับฟอลคอนกำลังจะเปิดปากล้อเลียนแล้วถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาได้ยินเสียงสัญญานที่สตาร์คตั้งไว้เพื่อบอกพวกเขาว่าวิชชั่นกลับมาแล้ว
 
 
"นั่นไง พูดไม่ทันขาดคำ" สตาร์คเอ่ยบอกจอสไกป์ด้วยน้ำเสียงสบายๆ "ฉันตั้งอะไรนิดๆหน่อยในอาคาร เวลาวิชชั่นกลับมาจะได้ส่งสัญญานเตือนสักนิดว่าเขามาถึงแล้ว หมอนี่บางครั้งก็ติดนิสัยพุ่งทะลุผนังมาเลย วันก่อนพี่แกดูจะเล็งพลาดเลยเผลอทะลุผ่านห้องน้ำหญิง ดีนะที่ตอนนั้นมีแค่นาตาชา ขืนมีคนอื่นอยู่ด้วยคงวุ่นวายตาย"
 
"ให้เวลาเขาสักนิดเถอะ เดี๋ยวก็คงปรับตัวได้เองแหละ" วอร์แมชชีนเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน "ให้ตายเถอะ แต่ตอนศึกที่โซโคเวีย หมอนั่นทำเอาฉันดูกระจอกไปเลย"
 
"เอาน่า ทุกคนก็รู้สึกแบบนั้นแทบทั้งนั้น" สตาร์คหัวเราะ "ใช่มั้ยพี่ธอร์?"
 
'หยุดพูดถึงเรื่องนั้นได้แล้วสตาร์ค'
 
เสียงธอร์บ่นงึมงำตอบมาทำให้พวกเขาได้หัวเราะกันอีกรอบ
 
 
วิชชั่นไม่ได้ลอยทะลุผนังเข้ามาแบบที่ทุกคนคาด อีกฝ่ายเข้ามาอย่างคนปกติคือผ่านทางประตู อย่างไรก็ตาม วิชชั่นได้อุ้มห่อผ้ามาด้วยห่อหนึ่ง
 
"นั่นอะไรน่ะ?" สตาร์คเอ่ย มองห่อผ้าที่วิชชั่นอุ้มมาด้วยความสนใจ "นายไปเก็บหมามาเลี้ยงเหรอ เฮ้! ตึกนี้เลี้ยงหมาได้รึเปล่ากัปตัน?"
 
"นี่ไม่ใช่สุนัข" วิชชั่นส่ายศีรษะโดยไม่สนใจกสตีฟที่กำลังจะตอบว่าเขาก็อยากเลี้ยงหมาอยู่แม้จะไม่รู้ว่าเลี้ยงได้รึเปล่าก็เถอะ "ฉันรู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่าง ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างที่ควรจะหายไปกลับยังไม่หายไป และยัง...เปลี่ยนแปลง"
 
"นายพูดเหมือนพวกเจไดในหนังสตาร์วอร์เวลาพวกเขาพูดถึงฟอร์สกันเลยนะ" ฟอลคอนเอ่ย ใช้สำเนียงให้เรียนเล็กน้อยเพื่อความเฮฮา "ถ้าเสริมการพูดกลับหน้ากลับหลังแบบโยดาด้วยจะใช่มาก"
 
"สตาร์วอร์ ใช่ๆ ฉันเคยเห็นมาแล้ว" วิชชั่นพยักหน้า บางครั้งก็ซื่อเกินไปที่จะมองเป็นมุขตลก และก็ไม่ทันสนใจนาตาชากับฟิวรี่ที่ยกมือกุมหน้าผากแบบปลงๆ "วันก่อนเปโตรแนะนำให้ดู เป็นหนังที่สนุกมาก แต่สิ่งนี้ไม่เกี่ยวกับสตาร์วอร์"
 
ชายผู้เป็นครึ่งคนครึ่งจักรกลหรืออะไรก็แล้วแต่เอ่ยพลางเดินไปที่โต๊ะกลางห้อง ก่อนจะค่อยๆวางห่อผ้าลง คนอื่นๆต่างเข้ามารุมล้อม แม้กระทั่งธอร์ที่เปโตรจัดแจงเป็นคนถือจอแทปเลตยี่ห้อสตาร์คมาให้จะได้เห็นภาพชัดๆ และวิชชั่นก็รอให้ทุกคนมาจนครบก่อนถึงจะเปิดห่อผ้าออก
 
สิ่งที่อยู่ในห่อผ้าทำให้ทุกคนสะดุ้งเฮือก และบางคนอย่างวานด้าและเปโตรก็ก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนจะก้าวกลับเข้ามาเพื่อดูให้ชัดๆ
 
สิ่งที่วิชชั่นนำมาคือสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดและรูปร่างคล้ายคลึงกับเด็กอายุ 5 ขวบ มีลักษณะผสมกันของโลหะและเลือดเนื้อ ผิวออกสีซีดและออกเทานิดๆ บางจุดของร่างกายเช่นหน้าแข้ง ท่อนแขนบางส่วน สะบัก ลำคอบริเวณแนวเหนือกระดูกสันหลังและเส้นเลือดถูกปกคลุมด้วยแผ่นเหล็ก กล่าวว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายวิชชั่นตอนที่เขาพึ่งออกมาจากตู้สร้างเนื้อเยื่อใหม่ๆก็ว่าได้
 
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาสะดุ้งคือส่วนใบหน้า สิ่งที่วิชชั่นนำมานั้นไม่มีผม ใบหน้าส่วนมากยกเว้นบริเวณแก้ม ริมฝีปาก และ หน้าผากบางส่วนนั้นถูกปกคลุมด้วยโลหะ ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจคือใบหน้านั้นคล้ายกับอัลตรอนอย่างน่าประหลาด
 
"วิชชั่น" สตีฟเอ่ย "บอกทีว่านี่ไม่ใช่อัลตรอนร่างคน"
 
"ก้ำกึ่ง" วิชชั่นตอบ สายตามองสิ่งมีชีวิตที่ตนนำมาด้วยสายตาที่อ่านอารมณ์ไม่ออก "ฉันรู้สึกถึงตัวตนของอัลตรอน เล็กมากและน้อยนิด แต่ก็ยังมีอยู่เลยออกไปตามหา แล้วก็เจอสิ่งนี้ เขากำลังหลับลึก ไม่มีความฝันใดๆ"
 
"แล้วไปเจอเขาที่ไหน?"
 
ฟิวรี่ถาม สายตามองสิ่งในห่อผ้าอย่างพินิจพิเคราะห์
 
"ชั้นใต้ดินของอาคารร้าง" วิชชั่นตอบ "เจอกับอุปกรณ์มากมายที่น่าจะถูกขโมยมาจากแลป มีซากหุ่นยนต์ของอัลตรอนอยู่ในนั้นตัวหนึ่ง เดาว่าอาจจะมีหุ่นบางตัวหลุดรอดไปได้และหนีไปกบดาน พยายามสร้างตัวตนขึ้นมาให้ได้แบบฉัน เลียนแบบวิธีที่ดร.โชเคยใช้ แต่ไม่รู้ว่าผิดพลาดที่อะไร ทำให้กลายเป็นแบบนี้ อยากได้พิกัดไหม?"
 
"บอกมาเลย" ฟิวรี่เอ่ยก่อนจะผละออกไป "วันนี้ปาร์ตี้คงต้องจบแค่นี้ ได้เวลาทำงานล่วงเวลากันแล้ว"
 
"ให้ตายเถอะ"
 
เสียงพึมพำดังมาทั่วห้อง แต่ก็เงียบกริบเมื่อมีเสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นมาว่า
 
"ผมหิวข้าว"
 
ทุกคนหันขวับไปทางต้นเสียง ซึ่งก็คืออัลตรอนครึ่งคน(?)ทีตอนนี้ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าเรียบร้อย
 
"พ่อ ผมหิวข้าว"
 
เมื่อทุกคนยังติดสตั๊นท์ เด็กน้อย(?)ก็เอ่ยอีกครั้ง และคราวนี้หันไปทางโทนี่ สตาร์ค พร้อมยื่นแขนขอให้อีกฝ่ายอุ้มเสียด้วย
 
"คืนนี้คงอีกยาว"
 
นาตาชาพึมพำ และทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันโดยมิได้นัดหมายว่าคืนนี้พวกเขาทุกคนคงไม่มีใครได้นอน
 
แต่ได้เห็นหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของมหาเศรษฐีที่มั่นมากที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมาอย่างโทนี่ สตาร์ค ก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
[Might] TBC.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
--------------------------------
--------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สิ่งที่เกิดจากความเวิ่นเว้อหลังไปดู AoU ค่ะ TwT
 
เป็นหนึ่งตอนจำนวน 4 หน้าเวิร์ดที่ไร้แก่นสารมาก... OTL''
 
ถ้ามีคนสนใจจะมาต่อนะคะ ถ้าไม่มีผู้ใดสนใจก็จะปล่อยมันค้างไว้แบบนี้แหละค่ะ (ถึงจะมีแปะว่าแพลนไว้แล้วว่าจะจบในสิบบท แต่ถ้าไม่มีใครอ่านก็คงไม่แต่งต่อ)
 
//จริงๆแต่งขึ้นมาเพราะฉากที่อัลตรอนมันงอนตอนคนพูดถึงโทนี่ แล้วตาโทนี่ก็บินลงมาพร้อมกับบอกว่า 'ลูกจ๋าอย่าร้องไห้' นั่นแล...
 
จริงๆกะจะลง Dream After Dream ตอนที่15 ก่อนแล้วค่อยลงอันนี้ แต่สุดท้ายก็แต่งอันนี้ออกมาก่อนจนได้ //งงตัวเอง
 
แต่ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาเข้ามาอ่านฟิคไร้แก่นสารนี้ด้วยนะคะ ติชมได้ตามสบายเลยค่า ^^
 
ตอนนี้เปิดให้สั่งจองรวมเล่มของเรื่อง Passion [Harry/Eggsy], Languor [tadashi/Hiro], Dream After Dream [Tadashi/Hiro] + Who Can Save Me Now? [Minho/Thomas] แล้วค่ะ สั่งของตามแบบฟอร์มนี้ได้เลยค่า >>แบบสั่งจองรวมเล่ม<< โดยจะทยอยส่งเมลล์ตอบกลับตอนต้นเดือนมิถุนายนนะคะ และสามารถสั่งจองได้ถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2557 ค่ะ ^^ [แต่ถ้ามีคนต้องการรวมเล่มเพิ่ม จะเปิดรอบไปรษณีย์รอบที่สองหลังจบงาน Movie Carnival 3 นะคะ] และรายละเอียดของการรวมเล่มสามารถดูได้ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ >>รายละเอียด<<

 
แวะมาทักทายกันที่เพจได้เสมอๆนะคะ (ลิ้งค์ไปที่เพจตามนี้เลยค่ะ Kamaleen )
 
 
 
 
เจอกันเอนทรี่หน้าค่า XD

Comment

Comment:

Tweet

ฮากับหน้าสตั๊นของโทนี่ ไม่คิดล่ะซี้ว่าจะมีคนเรียกพ่อ อิอิ
ชอบวิชั่นจัง งี๊ดดด

#5 By wanderer (124.121.82.237|124.121.82.237) on 2015-06-12 22:27

55555+ จะรอชมคุณพ่อสตาร์คนะคะ
คราวนี้อย่าเลี้ยงออกมาให้อัลตรอนน้อยงอลอีกล่ะอิอิ

#4 By ~SaKuRaKa-MikA_MooKiiE~ on 2015-05-24 21:22

55555+ จะรอชมคุณพ่อสตาร์คนะคะ
คราวนี้อย่าเลี้ยงออกมาให้อัลตรอนน้อยงอลอีกล่ะอิอิ

#3 By ~SaKuRaKa-MikA_MooKiiE~ on 2015-05-24 21:22

ชอบที่จบทิ้งท้ายมากเลยค่ะ! (ฮา)
รอดูเจ้าอัลตรอนตัวน้อยนะคะ (อยากดูคุณป๊ะป๋าโทนี่ด้วย จะเลี้ยงลูกได้ป่วนขนาดไหนน้าาาา)

#2 By aki on 2015-05-22 09:14

พอมาเจอว่าคุณไรท์เปิดเรื่องใหม่แถมยังเป็น AoU นี่ตาสว่างเลยค่ะ ๕๕๕
ไม่ค่อยเจอแฟนฟิคที่ไม่เน้นคยามสัมพันธ์คนรักแบบนี้เท่าไหร่ ซึ่งเราว่าก็น่าติดตามไปอีกแบบ เหมือนเป็น post-AoU ตามใจฉันไรงี้ xD


ตอนอ่านถึงว่าเจอครึ่งคนครึ่งอัลตรอนนี่อ่านลักษณะแล้วแวบแรกเผลอคิดว่าเป็นอะโพคาลิปส์จากเอ็กซ์เมนแล้วค่ะ นึกว่าคุณไรท์จะเชื่อมสองฝั่งมา ๕๕๕๕


โทนี่เจอไปแบบนั้นก็เงิบไปเลยสินะสินะ ๕๕๕ แอบหวังเล็กๆว่าเฮียคลินท์แกจะแวะเวียนมาหาทีมบ้าง


รอติดตามอยู่นะคะ x)

#1 By KuNgWoN on 2015-05-22 01:55