ไดอารี่คนบ้า_019/Ger&Prus - Forever

posted on 12 May 2011 11:50 by kamaleen
นึกครึ้มอยากแต่งฟิตเยอรมันกับปรัสเซียขึ้นมา ตอนเดียวจบอ่ะนะ (ไม่กำหนดเคะเมะตายตัว จิ้นกันเองน่อ...)
ถ้าบล๊อกมันขาดๆไปบ้างก็ใช้วิธีลากเอานะ TT ข้าน้อยไม่ค่อยได้เล่นบล๊อกเลยทำอะไรไม่ค่อยเป็นอ่ะ
 
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่แต่งขึ้น ไม่เกี่ยวกับบุคคลจริงหรือสถานที่จริงใดๆ ผู้ใดรับไม่ได้ กดปิดหน้าต่างนี้ซะ
 
 
 
Forever We Will Be
 
German&Prussia
 
Rate-PG [May Be]
 

กาลครั้งหนึ่งนานามาแล้ว มีนักรบผู้เกรียงไกร เดินทางสู้รบ และ ได้รับชัยชนะ

ชายผู้เย็นชา หยาบกระด้าง และ กล้าแกร่ง นามของเขา คือปรัสเซีย

 

 

วันหนึ่งเขาหยุดพักระหว่างศึกรบ ชายหนุ่มนั่งลงข้างลำธาร ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นบางอย่างขยับอยู่ในพงหญ้าข้างๆ เขาชักดาบ พร้อมจะปลิดชีพหากมันเป็นศัตรูที่คืบคลานมา แต่สิ่งนั้นไม่ใช่ศัตรู

 

 

เด็กน้อยผมสีทอง ดวงตาสีฟ้าสดใสราวกับท้องนภากว้างไกล สูงแค่เข่าของเขา ใบหน้าใสซื่อ เยาววัย และ มีดวงตาที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง

 

 

แต่กระนั้น ปรัสเซียรับรู้ในทันที ว่าเด็กคนนี้ โตขึ้นจะเป็นนักรบที่เกรียงไกรพอๆกับตัวเอง และจะนำมาซึ่งจุดจบของเขา

 

 

ชายหนุ่มง้างดาบ ยกค้าง เตรียมจะปลิดชีพ ใครก็ตามที่ทำให้เขาร่วงดับ เขาจักฆ่ามันเสียก่อนที่มันจะได้ฆ่าเขา แต่กระนั้นกลับไม่อาจวาดดาบออกไป ดวงตาใสซื่อคู่นั้นสะกดเขาเอาไว้ ปรัสเซียชะงักกึก ก่อนจะเก็บดาบลง

 

 

...หากเด็กคนนี้จะนำมาซึ่งจุดจบของเขา ก็ยังดีกว่าต้องตายด้วยน้ำมือคนอื่น และนี่เป็นความตายที่เขาเลือกได้ ว่าจะให้เด็กคนนี้ฆ่าเขาเมื่อไหร่... 

 

 

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน เด็กน้อยเติบใหญ่กลายเป็นเด็กหนุ่มที่เพียบพร้อมด้วยความสามารถและเลือดนักรบ สง่างาม ทระนง ไม่ต่างจากชายที่เลี้ยงเขามา

 

 

ปรัสเซียเริ่มถอนตัวจากแนวหน้า เขามอบอำนาจให้เด็กคนนี้ดูแล เด็กคนนี้นำทัพแทนเขา ต่อสู้และปกป้องเขา ไม่ต่างจากที่เขาเคยสอนมาแม้แต่น้อย เป็นเวลาหลายปีที่เขานั่งมองดูแผ่นหลังกว้างของคนที่เขาเรียกว่าน้องชาย เวสท์ หรือ เยอรมันนี

 

 

สงครามนำมาซึ่งความพลัดพราก สงครามที่น้องชายของเขาก่อและเขาก็สนับสนุน จุดจบของการแพ้สงครามครั้งแรกลงที่การถูกกดขี่นานับประการ แต่เวสท์กลับบอกเขาว่าจะแบกทุกอย่างเอาไว้เอง และแบกทุกอย่างเอาไว้บนหลังจริงๆ ตลอดเวลาที่ถูกกดขี่ ปรัสเซียได้

 

 

แต่มองแผ่นหลังของน้องชาย บาดแผล ความเจ็บแค้น ทั้งหมดทั้งมวลที่ผลักดันให้น้องของเขาดิ้นรนสู่ทางออกสุดท้าย สงครามโลกครั้งที่สอง

 

 

สงครามครั้งนี้เหมือนการเอาคืน ผู้นำของเยอรมันตัดสินใจวางแผนอย่างใด น้องชายของเขาก็เดินตามนั้น แต่ยังคงผลักเขาเอาไว้ที่แนวด้านหลังเหมือนเดิม เวลาที่ เวสท์มีอำนาจเรียกได้ว่ารวบอำนาจทั้งหมดของเขาไปแล้ว ปรัสเซียเป็นแค่นามที่กำลังจะเลือนหายไปตามกาลเวลา เขากำลังเลือนหายไป

 

 

"นี่เวสท์"

 

 

"หือ?"

 

 

"รู้มั้ย..วันที่ชั้นพบนายวันแรกน่ะ"

 

 

"ผมอยู่ในพงหญ้า พี่เกือบฆ๋าผมทิ้ง ผมจำได้"

 

 

เยอรมันตอบพี่ชายไปพลางทำแผลของตัวเองไปด้วย สงครามนำความบาดเจ็บและบอบช้ำมาให้ทุกฝ่าย

 

 

ปรัสเซียทำหน้ามุ่ย เขากับเวสท์อยู่ในห้องพักของอีกฝ่าย หลายเดือนแล้วที่เขาต้องเฝ้ามองน้องชายออกไปรบ แล้วก็กลับมาพร้อมบาดแผล ส่วนเขาได้แต่ทำงานเอกสารและดูแลแนวหลัง คนหลายคนมองไม่เห็นเขา และลืมเลือนเขาออกไปจากใจ โลกของเขา โลกที่เขาเข้าไปได้ กำลังค่อยๆแคบลง ไม่สิ...กำลังถูกน้องชายกลืนกินไปโดยที่อีกฝ่ายก็ไม่รู้ตัว

 

 

"มีอะไรหรือครับ?"เยอรมันหันมาถามเมื่อพี่ชายเงียบไป "ปกติพี่ต้องถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในสงครามแล้วก็แนะนำกลยุทธ์ให้ผมนี่"

 

 

"เปล่า"ปรัสเซียนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับน้องชาย "ฉันแค่รู้สึกว่านายโตแล้วล่ะ โตจนฉันไม่มีอะไรจะสอนให้แล้ว ตอนนี้นายแกร่งและแซงหน้าฉันไปแล้ว ให้ฉันไปรบเถอะเวสท์ ตอนนี้ฉันก็เหมือนเป็นภาระให้นายมากกว่า อย่างน้อยออกไปรบ ฉันก็ยังทำอะไรเพื่อนายได้"

 

 

"พี่ทำเพื่อผมมาเยอะแล้ว"เวสท์ยิ้ม แม้มือจะยังสาละวนอยู่กับผ้าพันแผล "ผมอยากให้พี่ปลอดภัย อีกไม่นานสงครามจะจบ และไม่ว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไร ผมจะปกป้องพี่ไว้ให้ได้ พี่จะไม่เป็นอะไร"

 

 

"ไม่หรอก"ปรัสเซียก้มหน้ามองพื้น ท่าทางเคร่งเครียด เขาไม่บอกความจริงกับเวสท์เรื่องที่เขากำลังหายไป เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องห่วงหน้าพะวงหลังยามอยู่ในสงคราม "เวสท์ สัญญากับพี่อย่างนึงสิ"

 

 

"ว่ามาสิครับ"เวสท์เงยหน้ามองปรัสเซีย วูบหนึ่งเขาเหมือนเห็ฯม่านน้ำตาในดวงตาสีเลือดนั่น

 

 

"แต่งงานกับพี่"ปรัสเอ่ย "หลังจบสงคราม แต่งงานกับพี่นะเวสท์ เราจะรวมเป็นหนึ่งเดียว นามของพี่จะหายไป และอยู่ในฐานะส่วหนึ่งของนาย แต่งงานกับพี่นะ"

 

 

"ผมไม่อยากให้พี่หายไป"เยอรมันไม่สัญญาและไม่พูดอะไรอีก เป็นการบอกว่าเขาไม่ยินยอม "พี่จะยังคงอยู่ต่อไป ในฐานะปรัสเซีย ผมต้องไปแล้ว สงครามจะจบแล้วล่ะครับ"

 

 

"เวสท์"ปรัสลุกขึ้นยืน แต่ไม่อาจห้ามอีกฝ่ายเอาไว้ได้ เขาอยู่อย่างเดียวดายตลอดเวลาที่เหลือ เวสท์กลับมาน้อยครั้งลงมากและแต่ละครั้งดูจะหอบแผลบาดเจ็บกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ และบทสรุปก็เป็นอย่างที่ปรัสคาดเอาไว้ เวสท์แพ้สงคราม และพวกเขากำลังจะถูกแยกจากกัน

 

 

เวสท์ยังคงร้องขอแบกรับความเจ็บปวดเอาไว้เพียงคนเดียวเหมือนครั้งแรก แต่ปรัสเซียเห็นมาพอแล้วกับสิ่งที่น้องชายยอมเจ็บปวดแทน เขาเป็นคนเสนอยินยอมให้ถูกแยกออกจากกัน เขายอมไปกับรัสเซีย ดีกว่าเห็นน้องชายถูกฉีกดินแดนเป็นสองซีก

 

 

ชีวิตของเขาที่รัสเซียไม่ได้สุขสบายมาก แต่เขาก็ยังดีใจที่ได้ร่วมแบกรับความเจ็บปวดของน้องชายเอาไว้บนหลัง แต่ปรัสเซียก็รู้ดีรว่าตัวตนของเขากำลังค่อยๆสูญสลาย และเขาต้องบอกให้เวสท์รู้ก่อนที่เขาจะหายไป ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายต้องคิดว่าเป็นความผิดของรัสเซียแล้วก่อสงครามอีกแน่ๆ เขายอมให้เวสท์เจ็บปวดอีกไม่ได้หรอก ต่อให้นั่นนำมาซึ่งความตายของเขา

 

 

โชคดีที่เขายังมีกำลังพอเหลืออยู่จนถึงวันทำลายกำแพงเบอร์ลิน น้องชายวิ่งมากอดเขา เขากอดตอบ สองร่างกอดกันแน่นก่อนที่เขาจะผละออก เพื่อรีบบอกเรื่องสำคัญที่สุดให้น้องชายรู้

 

 

"เวสท์"

 

 

"ครับพี่"

 

 

"ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอกนาย และขอร้องนาย"

 

 

"อะไรครับ"

 

 

"ฉันอยากแต่งงานกับนาย"ปรัสเซียแตะแก้มของน้องชายเอาไว้ขณะพูด "แต่งงานกับฉันนะ เราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดกาล"

 

 

"ได้ครับ"เวสท์ยิ้มและรับคำขอของปรัส เพราะเขาเองก็รู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น

 

 

วันแต่งงานของพวกเขา ราบรื่นและมีความสุข จนถึงตอนที่ส่งตัวเข้าหอ ปรัสเซียไม่ลังเลที่จะผลักน้องชายนอนลงไปบนเตียง ก่อนขึ้นไปคร่อมทับ

 

 

"รีบจังนะครับพี่"

 

 

เวสท์หัวเราะ ในขณะที่ปรัสเซียยิ้ม เขาสบตาเวสท์ ก่อนจะตัดสินใจว่าคงถึงเวลาที่ต้องบอกความจริงแล้ว

 

 

"นี่เวสท์ รู้มั้ย หลังจากคืนนี้ ฉันจะเป็นหนึ่งเดียวกับนาย เป็นส่วนหนึ่งของนาย"ปรัสเซียเอ่ย เวสท์มองเขาอย่างสงบ เขาดีใจที่น้องชายไม่แตกตื่น "จะไม่มีนามของปรัสเซียอีก จะไม่มีปรัสเซียอีกแล้ว เข้าใจหรือเปล่า หลังคืนนี้ จะมีแค่นายนอยู่บนโลก ฉันจะไม่อยู่กับนายอีกแล้ว"

 

 

"ผมรู้"เวสท์เอ่ยอย่างสงบ เขาเข้าใจทุกอย่างหลังจบสงคราม เขารู้ว่าปรัสหมายถึงอะไร "ผมเข้าใจแล้ว แต่..ทำไมมันต้องจบแบบนี้ด้วย สุดท้าย..พี่ก็ต้องหายไป"

 

 

"นี่เวสท์ กาลเวลามันก็แบบนี้แหละ"ปรัสเซียหัวเราะ "อย่าร้องไห้นะ อย่าร้องไห้ พี่จะอยู่กับนายตลอด พึงระรึกเอาไว้ว่านับจากคืนนี้พี่คือส่วนหนึ่งของนาย และจะเป็นอย่างนั้นตลอดกาล พี่เลือกที่จะหายไป กลายเป็นส่วนหนึ่งของนาย ดีกว่าต้องหายไปเฉยๆ อย่างน้อยตอนที่นายคิดถึงพี่ ลองเดินไปตรงจุดที่เคยเป็นดินแดนของพี่สิ เผื่อจะเห็นพี่อยู่แถวนั้น"

 

 

"ฮ่ะๆ"เวสท์พยายามจะยิ้ม "เหรอฮะ"

 

 

"ใช่"ปรัสเซียหัวเราะ "รู้มั้ยว่าพี่เลือกแบบนี้เองนะ วันที่พี่เห็นนายครั้งแรก ที่พี่จะฆ่านายทิ้ง เพราะพี่รู้เลยตั้งแต่เห็นนายว่า นายเป็นคนที่นำจุดจบของพี่มา แต่พี่ยินยอมตายในมือนายดีกว่าไปตายในมือใครทั้งสิ้น รู้มั้ยว่านั่นเพราะอะไรเวสท์"

 

 

"เพราะอะไรล่ะครับ?"

 

 

"เพราะพี่รักนาย"ปรัสเซียตอบ เขาจูบน้องชายที่ริมฝีปาก "รักนายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด พี่ทรยศฝรั่งเศสที่เคยเป็นเพื่อนร่วมรบเพื่อนาย พี่ทิ้งใครที่เคยเป็นพันธมิตรด้วยอย่างไม่ไยดี เพราะพี่รักนายกว่าพวกเขา นายสำคัญกว่าพวกเขาหลายเท่า พี่อยากให้นายยิ้ม อยากให้นายมีความสุข จำไว้นะเวสท์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่พี่หายไป สิ่งที่พี่อยากให้นายมีคือรอยยิ้มบนใบหน้า ได้มั้ยเวสท์"

 

 

"ได้ครับ"เวสท์ดึงพี่ชายลงมาหา จูบสัญญาที่ริมฝีปาก "ได้ครับ"

 

 

 พวกเขาร่วมรักกันในคืนนั้น ดื่มดำความหอมหวานของรสรัก ความสุข และเก็บเกี่ยวความทรงจำเอาไว้ จนเมื่อรุ่งเช้ามาเยือน เมื่อเยอรมันตื่นมา ข้างกายของเขาว่างเปล่า ปรัสเซียหายไปแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกว่างหางตาเปียก แต่เขาก็ยังคงยิ้ม ยิ้มทั้งน้ำตา ยิ้มแบบที่พี่ชายอยากเห็น แต่ขณะเดียวกันก็สัยญากับตัวเอง ต่อให้ใครต่อใครลืมปรัสเซียไปจนหมด เขาก็จะยังคงจดจำอีกฝ่ายเอาไว้ จดจำเอาไว้ตลอดกาล

 

 

 

 

 

 

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วยังคงมีดินแดนที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร และลาจากความเป็นดินแดนไปเพื่อให้ประเทศที่เกรียงไกรขึ้นมาแทน นามของดินแดนนั้นคือปรัสเซียที่ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่่งของเยอรมัน

 

 

แต่เพราะความเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้ปรัสเซียจึงยังคงอยู่ แม้จะไม่ใช่ในฐานะปรัสเซียอีกแล้ว และเวสท์ได้ค้นพบความจริงนั้นในอีก 2 เดือนถัดมา เมื่อเขาตื่นมาพบกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่บนโต๊ะพร้อมจดหมายจากปรัสเซีย

 

 

ตอนแรกเขาคิดว่าอิตาลีหรือใครเล่นตลก แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เขาจึงได้พบว่าเป็นปรัสเซียเองนั่นแหละที่เขียนจดหมายถึงเขา

เพราะความเป็นหนึ่งเดียวกัน ปรัสเซียจึงอยู่ในสภาพเสมือนกึ่งกลางระหว่างความเป็นกับความตาย อีกฝ่ายยังอยู่ แต่เขาไม่อาจมองเห็นหรือสัมผัส ปรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของเขา อีกฝ่ายอยู่ในตัวเขาเสมอ และจะออกมาได้ในยามที่เขาหลับ ยามที่เยอรมันซึ่งเป็นส่วนมากในดินแดนหลับใหล ปรัสเซียที่เป็นส่วนน้อยจะตื่นขึ้นมา และออกมาเดินปร๋อได้สบายๆ แต่จะหายไปในทันทีที่เขาตื่น

 

 

แม้จะได้เพียงวเท่านั้นแต่เวสท์ก็สุขใจแล้ว เขาได้คุยกับพี่ชายผ่านทางจดหมายที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ทุกวัน และได้พบว่างานที่เขาทำไม่เสร็จในวันนี้ จะถูกพี่ชายของเขาที่ตื่นมาตอนที่เขาหลับทำจนเสร็จในคืนนั้น ทำให้เหมือนกับว่าเขาตื่นอยู่ตลอดเวลา พวกเขาคือส่วนหนึ่งของกันและกัน ตลอดกาล

 

 

 

 

 

 

Fin

edit @ 12 May 2011 13:15:22 by Kuya

วันนี้ก็...ใกล้สอบแล้ว...แต่พักนี้รู้สึกชีวิตมัน..เนือยๆไงก็ไม่รู้

เหมือนกับวิญญาณกำลังจะหลุดมิหลุดแหล่ออกจากร่างไงก็ไม่รู้สิ

เจอทั้งเรื่องให้เหนื่อย เรื่องให้ท้อ เรื่องที่อยากร้องไห้ เรื่องที่หงุดหงิด เรื่องที่ท้อแท้

โดยรวมคือสภาวะจิตตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานแน่ๆ

เพราะปัญหาส่วนใหญ่ในหัวมักจะเป็นปัญหาที่คาอยู่แล้วเอาไม่ออก  ไม่ก็เป็นปัญหาที่ไม่รู้จะอธิบายให้ใครฟังยังไง

 

 

 

ปัญหาแรกคือเรื่องเรียน

หลายคนคิดว่าข้าพเจ้าเรียนดีนะคะ...แต่ความจริงมันเครียดต่างหาก  เห็นบางครั้งในห้องลั่นล้าๆฟุบหลับๆก็จริง  เหมือนไม่ตั้งใจเรียนในบางวิชา  แต่ความจริงคือ

....เหนื่อยค่ะ....

เหนื่อยมาก  ท้อจนไม่อยากจะลืมตามองโลกความจริง  พ่อแม่บอกว่าต้องเข้าเตรียมฯให้ได้แต่ตั้งแต่ลองทำข้อสอบเตรียมฯดูก็พอรู้ตัวว่ายังไงก็คง..ไม่ติดหรอก  แบบนี้มันเครียดนะคะ

เพราะอ่านหนังสือสอบโดยเฉพาะวิชาเลขที่ลองอ่านคำอธิบายประกอบกับโจทย์ไปแล้ว ยิ่งอ่านยิ่งงง

สมองไม่วิ่งเลย  มันตื้อๆอื้อๆเหมือนคอมเวลาความร้อนขึ้นแล้วแฮงค์ยังไงไม่รู้ 

ตอนนี้ดีขึ้นนิดหน่อยแต่พอเจอหนังสือสอบเข้าไปก็ไม่อยากจะเรียนอีก  มันเหนื่อย มันล้า..แล้วก็ท้อ

เป็นคนท้อแท้ง่ายค่ะ..สารภาพ  แต่ไม่ค่อยแสดงออก  เพราะมันจะอยู่ในรูปแบบของคำว่า

'ช่างแม่ง'

 ไม่รู้จะแก้นิสัยยังไงด้วย..เฮ้อ...

 

 

 

ปัญหาเรื่องที่สอง..เพื่อน..

 ไม่ค่อยอยากเรียกมันว่าเพื่อนหรอกค่ะ  

เพราะมันทำตัวน่ารำคาญ ทั้งแรส ทั้งแอ๊บ และอื่นๆสารพัด

อารมณ์ประมาณว่าแบบ...มันคงคิดว่าตัวมันเองดีที่สุดในใต้หล้า  นั่งถกกระโปรงทำเป็นร้อน ขามันก็ไม่เห็นมีอะไรน่าดู  ประมาณว่าเรียกร้องความสนใจนั่นแหละ

แถมวันๆก็ดีแต่ทำตัวน่ารำคาญ  แล้วก็ชอบแอ๊บแบ๊วทำตัวให้ดูไร้เดียงสาเรียกร้องความสนใจอีก น่ารำคาญมากๆ

ตอนนี้รำคาญมันจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว 

เคยพยายามทำดีกับมันลองคุยกับมันดีๆนะ  เพื่อจะช่วยเปลี่ยนทัศนคติได้บ้าง

แต่...ไม่ไหวค่ะ...ยิ่งคุยยิ่งเกลียดมัน 

เพราะยิ่งคุยเหมือนจะเป็นมิตรด้วยมันก็ยิ่งทำตัวให้..แรส..แอ๊บแบ๊ว(ยิ่งเกินขอบเขตที่ข้าพเจ้ารับได้) เรียกร้องความสนใจยิ่งขึ้นไปอีก  รำคาญจนไม่รู้จะยังไงแล้ว

แถมเคยเตือนมันแล้วด้วยนะว่าเพราะทำแบบนี้คนถึงได้เกลียดมัน

มันก็ยังแรสส..แบบไม่สนใจ  พยายามเรียกร้องความสนใจต่อไป

ก็ถือว่าเตือนแล้วละกัน หลายรอบแล้วด้วย มันไม่ฟังเอง

แถมทำตัวน่ารำคาญเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก  เกลียดมันจนไม่รู้จะเกลียดยังไงแล้ว

เพราะข้าพเจ้าไม่ใช่คนที่เกลียดคนแรส เพราะเพื่อนบางคนในห้องแรสเพราะมันแรสอยู่แล้ว มันแรงเพราะมันแรงอยู่แล้ว มันแอ๊บเพราะมันแอ๊บอยู่แล้ว ข้าพเจ้ารับได้ ถึงจะไม่ค่อยชอบนักแต่ก็รับได้ 

แต่คนที่พยายามแรส พยายามแรง พยายามแอ๊บ และพยายามทำโน่นทำนี่เพื่อเรียกร้องความสนใจน่ะ  เกลียดมาก รับไม่ได้อย่างที่สุด อย่างมันนั่นแหละ

ตอนนี้กำลังหาทางออกกับชีวิตอยู่

หวังว่าหลังสอบกลางภาคจะได้นั่งไกลๆมันจะได้ไม่ต้องทนเห็นมันในระดับสายตาอีก

เกลียดมันจริงๆ  พยายามจะรับให้ได้แล้วนะ  แต่ไม่ไหว เกลียดมันจริงๆ

 

 

 

ปัญหาเรื่องที่สาม..วอลเล่ย์..เรื่องนี้หนักสุด

 ข้าพเจ้าเป็นคนท้อง่าย...อยู่แล้ว

แถมช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้  รู้สึกเหมือน..มันเนือยๆ

เวลาเล่นวอลเล่ย์ก็รู้สึกเหมือนแขนขามันไม่ขยับอย่างที่เคย..รับลูกก็พลาด  เสิร์ฟก็ไม่ดี ทำอะไรก็พลาดไปหมด

เรื่องนี้เครียดมากที่สุดค่ะ

เคยคิดจะเลิกซ้อมแล้วเพราะความท้อนั่นแหละ...แต่เพราะเคยสัญญาไว้ว่าจะไม่เลิกเล่นวอลเล่ย์  เลยตั้งใจว่าจะเล่นต่อไป 

บางครั้งความดันทุรังก็มีประโยชน์ แม้มันจะเป็นคุณสมบัติที่ข้าพเจ้าไม่ค่อยมีก็เถอะ  เลยยังเล่นต่อ  แม้ฝีมือจะไม่ได้ดีขึ้นเลยแถมพอต้องมาเล่นหน้าเน็ตยังเล่นได้ห่วยกว่าใครในที่ซ้อมอีก

มันท้อนะแบบนี้...แต่ก็จะทนต่อไป  เพราะสัญญาไว้แล้วและรู้สึกว่าตัวเองชอบกีฬาชนิดนี้จริงๆ

แต่ตอนนี้มันเหนื่อย...แล้วก็เครียดด้วย  ว่าฝีมือไม่พัฒนาเลย แถมดูจะถอยหลังด้วยซ้ำ

ใครมีคำแนะนำดีๆก็บอกหน่อยนะคะ

 

 

 

ปัญหาเรื่องที่สี่...เปียโน..

พักนี้มีอาการ 'นิ้วแข็ง' เล่นไม่ค่อยไปเลย

ยิ่งเวลาไล่สเกลจะยิ่งรู้สึกว่านิ้วติดๆแบบมันไม่ยอมหมุนไป

ไม่รู้เพราะเป็นอาการเพิ่มเติมจากนิ้วซ้นหรือเพราะนิ้วชาจากการเล่นวอลเล่ย์รึเปล่า 

แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นนิ้วกลางกับนิ้วชี้ที่เป็นนิ้วที่ข้าพเจ้าถนัดเวลาไล่สเกลไม่นาจะติดไปด้วยนี่

เลยกะว่าจะลองไล่ไปก่อนจนกว่านิ้วจะหายแข็ง

ใครมีวิธีแก้ปัญหาก็บอกด้วยนะคะ  ขอบคุณมากค่ะ

 

 

 

 

สำหรับท่านใดที่ทนอ่านมาจนถึงตรงนี้ได้ก็ขอขอบคุณมากค่ะที่สละเวลามานั่งอ่านปัญหาในหัวข้าพเจ้า  มีคำแนะนำดีๆก็บอกกันด้วยนะคะ  เพราะไม่มีใครชอบหรอกค่ะเวลามีเรื่องที่ไม่ต้องการอยู่ในสมองเยอะๆแถมทำให้หงุดหงิดอีกด้วย

วันนี้เป็นวันเกิดข้าพเจ้า...เฮ้อ....ครบ 15 ปีแล้วเราT-T เป็นนางสาวซะแล้วอ่า....

 

มีคนมา Happy Birthday ใน Facebook เพียบเลย ทั้งเพื่อน ทั้งครู ทั้งรุ่นพี่ แต่วันนี้Facebook ดัน error =='' เลยเม้นตอบไม่ได้  ไว้วันไหนเข้าได้จะไปเม้นตอบแล้วกัน

 

วันนี้ตอนเช้าไปสอบ AFS จากนั้นก็ไปซื้อของกินและอาหารสดเข้าบ้านตามปกติของวันอาทิตย์  ตอนบ่ายก็นอนกับนอนเพราะง่วงมากมาย  เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนอีก

 

แถมวันนี้นอกจากเป็นวันเกิดของเราแล้วยังเป็นวันเกิดของเพื่อนอีกสอง-สามคน แล้วก็เป็นวันเกิดของสุซังจากเฮตาเลีย(วันนี้เป็นวันชาติสวีเดน)  คาเคอิจากอายชิลด์ และ คันดะจากดีเกรย์แมน

 

=='' ไม่คิดมาก่อนนะว่าจะมีคนเกิดพร้อมกับเราเยอะขนาดนี้  แต่ไหนๆก็ไหนๆ  จะแต่งShort Fic ฉลองวันเกิดให้ตัวเองและสุซังไปเลยแล้วกัน  เพราะฟิคนี้ก็แบบวานะ  คนกำลังฉลองวันเกิดให้ตนเองน่าจะแต่งออกมาได้อารมร์มากที่สุดถึงข้าพเจ้าจะไม่มี ฟินฟิน ที่น่ารักอยู่ด้วยก็เถอะT-T

 

 

HAPPY BIRTHDAY 

(ขออภัยที่ชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤาเพราะเหนื่อยเกินกว่าจะไปหาคำแปลเป็นภาษาอื่น)

Rate : PG

!!!!ห้ามทำการลอกเลียนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อกเด็ดขาด!!!!

 

วันนี้เป็นวันเกิดของเขา  สวีเดนเป็นประเทศทางเหนือที่อากาศหนาวเย็นซะส่วนใหญ่  แต่จิตใจของเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น

สุซังเป็นคนอ่อนโยน  กับคนที่เขารักนั้นเขาจะเป็นยิ่งกว่าพ่อพระหรือเทพบุตรที่ใครฝันหา  แต่ความรักของเขามีให้กับนางฟ้าของเขาเท่านั้น

ฟินส์แลนด์ หรือ ธีโน่

แต่ตอนนี้ก็มีซีแลนด์มาอยู่ด้วยและเขาก็เอาใจใส่ดีในฐานะที่พ่อคนหนึ่งจะมีให้เด็กได้

วันเกิดของเขาปีนี้ไม่มีอะไรแตกต่าง

เค้กจากธีโน่และของขวัญทำเองจากซีแลนด์ที่ถึงแม้จะดูขยุกขยุยไปหน่อยแต่เขาก็รับเอาไว้

นอร์เวย์ส่งของขวัญมาให้เช่นเดียวกับไอซ์แลนด์แต่เดนมาร์กยังคงนิ่งเฉย  แต่ก็ใช่ว่าเขาจะสน

ชีวิตปัจจุบันของเขาน่ะดีแล้ว ความจริงเขาไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้นนอกจากสิ่งที่เป็นอยู่

แต่มันก็ชวนให้ฉุกคิดได้ว่า

....หากวันใดเขาไม่มีทั้งสองคนอยู่ จะเป็นอย่างไร....

ตอนแรกเขาสะดุดกับความคิดนั้น  และพยายามไม่สนใจมัน

บอกตนเองว่าเป็นไปไม่ได้เพราะตอนนี้โลกสงบแล้วและไม่มีอะไรที่จะทำให้ใครหายไปได้อีก

แต่ยิ่งพยายามปัดมันออกจากความคิดมันกลับยิ่งรบกวนเขา  รบกวนจนแทบไม่มีความสุข

ธีโน่เห็นความรู้สึกกังวลนั้นเลยบอกซีแลนด์ให้เข้านอน  

 

"มีอะไรรึเปล่าครับ"

 

เสียงที่เพราะราวระฆังแก้วเอ่ยถามเขา  มือเล็กที่แตะเข้าที่ฝ่ามือ  ความนุ่มและความอบอุ่นที่เขารับรู้ได้จากคนๆนี้

 

"เปล่า"

เขาไม่อยากให้คนที่รักกังวล

 

"หน้าสุซังบอกว่ามีอะไรแน่ๆครับ มีอะไรรึเปล่าครับ?"

เสียงหวานเพรียกถาม  เขาหันเหไม่อยากสบดวงตาสีม่วงสวยนั่น

 

"ไม่มี"

ยังคงบิดเบือนความรู้สึกไป  แต่คนที่เขารักไม่ยอมแพ้

 

"มีอะไรหรือครับ?"เสียงหวานพร่ำถามขณะที่มือเล็กดึงใบหน้าคมให้ก้มลงมาสบตา "บอกผมมาเถอะครับ"

 

ดวงตาสีเทอควอยส์นิ่งงันเมื่อสบตา  ก่อนจะอ่อนลง 

 

"ฉันไม่อยากให้เธอกังวล"

เขาพูดเพื่อปกป้อง  แต่คนตัวเล็กกลับส่ายศีรษะไปมา

 

"ผมไม่สบายใจที่สุซังมีเรื่องกังวลแบบนั้นครับ  บอกผมมาเถอะครับ  นี่วันเกิดของสุซังเองนะครับ  ไม่น่าจะมีเรื่องต้องเครียดเลยนี่นา"

 เสียงที่หวังดี ใสซื่อ และ เต็มไปด้วยความห่วงใยทำให้เขาใจอ่อนจนได้

 

"ฉันแค่.."เขาเริ่มอย่างไม่แน่ใจนัก "...เผลอคิดไปว่าถ้าวันนี้ไม่มีเธออยู่..ไม่มีพวกเธออยู่..จะเป็นยังไง"

 

เมื่อได้ยินอย่างนั้นดวงตาสีม่วงสดใสนั่นถึงกับผงะอย่างที่เขาคิด ตอนแรกจะเอ่ยปากปลอบโยนเพราะเกรงว่าตนได้พูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจออกไปแต่กลับผิดคาดเมื่อร่างเล็กแตะแก้มเขาด้วยมืออ่อนนุ่ม

 

"ผมไม่มีวันไปไหนหรอกครับ"เสียงนางฟ้าของเขาเอ่ย "สุซังเคยบอกว่าผมเหมือนนางฟ้า เหมือนพระจันทร์ของสุซัง  พระจันทร์กับนางฟ้าอยู่บนฟ้าไม่ใช่เหรอครับ?  ก็มีแต่คืนเดือนมืดเท่านั้นแหละที่จะไม่มีพระจันทร์"

 

คำพูดที่ทำให้หัวใจของเขารู้สึกชุ่มชื่นอย่างบอกไม่ถูก

 

"นอกจากนั้น"นางฟ้าและพระจันทร์ของเขาเอ่ยต่อ "นางฟ้าที่ดีจะอยู่ข้างๆคนที่รักเสมอไม่ใช่เหรอครับ?"

 

"ทีโน่"

เขาเอ่ยได้เพียงนาม  คำพูดที่จะบรรยายความรู้สึกที่เหลือของเขาได้ถูกกลืนหายไปในลำคอ  แขนแกร่งกระหวัดเอวคนรักเข้ามาในอ้อมกอด  สูดดมความหอมหวานและไออุ่น  เขาที่เป็นที่พึ่งให้อีกฝ่ายและปกป้องมาโดยตลอดไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งเขาจะต้องพึ่งนางฟ้าตรงหน้า

 

.........นางฟ้าที่สามารถทำให้เรื่องทุกข์ร้อนในใจละลายหายไปในทันที.............

 

"ฉันรักเธอนะ"

คำเดียวที่เอ่ยได้  ฟังดูเรียบง่ายธรรมดา  แต่ความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่า ซ่อนอยู่ข้างใน

 

"ผมก็รักสุซังครับ"

ประโยคธรรมดาๆตอบกลับมาแต่ทั้งคู่รู้ว่ามันมีความหมายมากกว่านั้น

"สุขสันต์วันเกิดนะครับ"

 

"..."

ริมฝีปากแนบหน้าผากและดวงตา ไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ยออกมา  รสจูบหอมหวานและอ่อนโยนที่ได้รับสัมผัสนั้นมากเกินพอกับคำบรรยาย

 

THE END

จบแล้ว

ติดจะเศร้านิดๆซึ้งหน่อยๆรึเปล่า? ไม่รู้สิ  แต่เวลาเล่นคอมกำลังจะหมดเลยขอจบลงเพียงเท่านี้แล้วกันน่อ^^

ความจริงอยากแต่งยาวกว่านี้แต่ก็คงได้แค่นี้แหละ  งั้นก็บ๊ายบาย!!!

เจอกันเอนทรี่หน้า^^